วัดเส้าหลิน ตำนานเสี้ยวลิ้มยี้อันโด่งดัง

วัดเส้าหลิน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1038 ในสมัยของไท่เหอเจ้าผู้ครองรัฐวุ่ยเหนือ ในปี พ.ศ. 929 – พ.ศ. 1077[13] เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขาเส้าซื่อ (จีน: 少室) ทางด้านทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน (จีน: 松山) ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่เกือบทั้งหมดด้วยป่าหรือ “หลิน” (จีน: 林) ในภาษาจีนกลาง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ วัดเส้าหลิน ในยุคสมัยบุกเบิกยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ภายหลังจากสร้างขึ้นมาได้ประมาณ 32 ปี ในปี พ.ศ. 1070 พระโพธิธรรมเถระหรือตั๊กม้อ (สำเนียงแต้จิ๋ว หรือ ต๋าหมอในสำเนียงจีนกลาง คำเรียกในภาษาจีนทั้งสองสำเนียงมาจากคำว่า

กังฟู-เส้าหลิน

(โพธิ)”ธรรมะ” ในภาษาสันสกฤต )พระภิกษุจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซนที่วัดเส้าหลินเป็นครั้งแรก[14] อีกทั้งแลเห็นว่าวัดเส้าหลินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความสงบร่มรื่น เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมตามนัยของพุทธศาสนานิกายเซน (เซน เป็นสำเนียงญี่ปุ่น ตรงกับคำว่า ฉาน ในสำเนียงจีนกลาง หรือ เซี้ยง ในสำเนียงแต้จิ๋ว รากศัพท์มาจากคำว่า ธยานะ ในภาษาสันสกฤต หรือ ฌาน ในภาษาบาลีนั่นเอง) ปรมาจารย์ตั๊กม้อจึงเข้าพำนักและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์แรก ทำให้ชื่อเสียงของวัดเส้าหลิน อยู่ในฐานะเป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนในประเทศจีน กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น[15]

ตั๊กม้อสร้างความเลื่อมใสศรัทธาแก่ชาวจีนเป็นอันมาก โดยเฉพาะการพัฒนาวิทยายุทธเส้าหลินให้ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม ถ่ายทอดธรรมะและวิชากังฟูให้แก่หลวงจีนได้ฝึกฝนเพื่อออกกำลังกายและฝึกสมาธิ เนื่องจากเห็นว่าหลวงจีนส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถนั่งสมาธิวิปัสสนาและเจริญกรรมฐานอย่างเคร่งครัด จึงหัดให้หลวงจีนเริ่มฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งควบคู่กับการปฏิบัติธรรม การฝึกสอนวิทยายุทธและกังฟูของตั๊กม้อ ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นที่มาของวิทยายุทธเส้าหลินที่สง่างามและทรงพลังเช่น หมัดเส้าหลิน (อังกฤษ: Shaolin Chuan) หรือเพลงหมัดเส้าหลิน (อังกฤษ: Shaolin Ch’uan Fa) รวมทั้งหมด 18 กระบวนท่า อีกทั้งเป็นการปฏิรูปวิทยายุทธครั้งสำคัญเช่น การขยายท่าฝ่ามืออรหันต์จาก 18 ท่า เป็น 72 ท่า[16] โดยเล็งเห็นว่าวิชากังฟูเส้าหลิน ควรได้รับการถ่ายทอดให้ขยายออกไป เช่นเดียวกับนิกายเซนที่ตั๊กม้อได้เดินทางมาเผยแผ่


ผีนางตะเคียน วิญญาณเหี้ยนใต้ต้นไม้ใหญ่

นางตะเคียน เป็นผีที่มีมาแต่โบราณตามตำนานพื้นบ้านของไทย ผีตะเคียนเป็นผีผู้หญิงที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน นางตะเคียนมักเป็นผีที่มีรูปร่างหน้าตาดี สวย งดงาม และผมยาว การแต่กายของนางตะเคียนจะห่มสไบและใส่ผ้าถุง คล้ายกับสาวบ้านป่าทั่วๆ ไป

ผีนาง-ตะเคียน

บริเวณป่าที่มีผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ จะมีลักษณะสะอาดสะอ้านราวกับมีคนมาปัดกวาดเช็ดถูดูแลบ้านเรือนของตนเองบริเวณนั้นอยู่เสมอ ผีนางตะเคียนจึงมักจะเป็นผีจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากมีใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน

เนื่องจากต้นตะเคียนมักมีผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ การจะตัดเอาต้นตะเคียนมาทำเป็นเรือในสมัยก่อน หรือนำเอาไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จึงจำเป็นจะต้องมีการทำพิธีบวงสรวง เพื่อขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน

ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนเหล่านั้นถูกนำมาแปรสภาพเป็นเรือ ยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆแล้ว ผีนางตะเคียนที่เคยสิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนต้นนั้น ก็จะเปลี่ยนมาสิงสถิตอยู่ในสถานะใหม่ตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นเรือที่ทำจากไม้ตะเคียน นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็นต้น


ลาบเนื้อวัวดิบหรือลาบเลือดของโปรดใครหลายคน

ลาบ-เลือด

ลาบขอนแก่น ลาบยโส ลาบร้อยเอ้ด ลาบอุดร ลาบๆ ไม่ว่าจะเป็นลาบอะไรมันก็คือลาบวัวดิบหรือลาบงัวดิบ ถือเป็นอาหารอีสาน จานเด็ดที่เป็นที่นิยมของคนอีสาน เนื่องจากเป็นลาบดิบ ปกติจึงมีแต่ผู้ชายที่ชอบกิน ส่วนผู้หญิงเขาไม่กินกัน มีที่กินบ้างแต่น้อยมาก เพราะเขามองว่าไม่เหมาะกับผู้หญิง เวลามีงานบุญ งานแต่งงาน งานบวช จึงต้องทำเป็นเมนู ทั้งลาบดิบ ลาบสุก ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ทำเป็นลาบดิบก่อนทั้งหมด แล้วใครที่ไม่ชอบกินลาบดิบ ก็เอาไปคั่ว ทำให้สุก หรือคนเฒ่าคนแก่บางคน ชอบอีกแบบคือลาบเลือดหรือน้ำตกนั่นเอง ซึ่งก็วิธีการก็ไม่ได้ยากอะไร แค่เอาลาบดิบมาใส่เลือด ก็กลายเป็นลาบเลือด หรือลาบน้ำตก

ลาบดิบปกติของคนอีสานจะต้องใส่เพี้ยหรือขี้อ่อน ใส่บีหรือดีวัว เพื่อเพิ่มความขม กลบกลิ่นคาวเนื้อ จะไม่นิยมทำให้ออกรสเปรี้ยว หรือบางที่ไม่ใส่มะนาวเลยวัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับลาบวัวเนื้อวัวสด ไม่ติดมัน ครึ่งโลเพี้ยหรือขี้อ่อนวัว 1-2 ช้อนโต๊ะพริกป่น 2 ช้อนโต๊ะข้าวคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะน้ำปลา 2 ช้อนน้ำปลา 2 ช้อนมะนาว 1-2 ลูก(ไม่ไส่ก็ได้เพราะจะโดนรสขมกลบ)

บีหรือ ดีวัว เพื่อเพิ่มรสขม 1-1.5 ช้อนชาหอมแดงซอย 4-5 ต้นใบมะกรูด (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่)


คอหวยออนไลน์! ฮือฮาสาวคลอดลูกบนรถ เล็งทะเบียนเลขเด็ดงวดนี้

หวย-เลขเด็ด

โดยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมาทางด้านเพจคุณธรรมพิทักษ์ชีพ หน่วยกู้ภัยชลบุรี ได้โพสต์ชุดภาพพร้อทข้อความว่า “กู้ภัยไตรคุณธรรมพร้อมกู้ชีพรพชลบุรี ช่วยเหลือหญิงคลอดบุตรบนรถเก๋งเหตุเกิดช่วงยูเทินชลพินิจถนนสุขุมวิทชลบุรี” โดยชุดภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทำคลอดสาวท้องแก่บนรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ขธ 1442 ชลบุรี แม้จะไม่ทราบรายละเอียดมากนักแต่แหล่งข่าวบอกว่าเป็นเด็กเพศชายครับ งานนี้คอหวยเลยให้ความสนใจกันเป็นพิเศษ

คอหวยออนไลน์-ฮือฮาสาวคลอดลูกบนรถ-เล็งทะเบียนเลขเด็ดงวดนี้ เพราะหากว่ามีเหตุการณ์คลอดลูกบนรถนั้นหวยมีมักจะออกตรงเลขทะเบียนรถคันนั้น และยิ่งถ้าเป็นเด็กเพศชาย คอหวยก็เชื่อกันว่ายิ่งแม่น งวดนี้คอหวยออนไลน์ในโลกโซเชี่ยลต่างพากันแห่จดเลขเอาไว้เสี่ยงโชคงวดนี้นั่นก็คือเลข 1442 พี่น้องคอหวยเว็บเราใครสนใจก็จัดไปได้เลยครับ ถูกไม่ถูกก็ไปลุ้นกันเอง
คอหวยออนไลน์-ฮือฮาสาวคลอดลูกบนรถ-เล็งทะเบียนเลขเด็ดงวดนี้

เหมือนเช่นเคย เราบอกย้ำกันตลอดว่า เรื่องราวเหล่านี้นั้นเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคเท่านั้น พี่น้องคอหวยทุกท่านโปรดใช้วิจารณญานในการรับชมและตัดสินใจร่วมด้วยก็แล้วกันน่ะครับ ยังไงงวดนี้ก็ขอให้ทุกท่านโชคดี ถูกหวยงวดนี้กันถ้วนหน้าทุกคนเช่นเคยครับ

 สำหรับ Reddragon88 คาสิโนออนไลน์ของเรา มีแต่เกมส์ออนไลน์ที่มันส์และพนันกีฬาอย่าง แทงบอลออนไลน์ ด้วยรูปแบบเกมส์ ที่เล่นง่าย ภาพสวยแจกรางวัล Jackpot บ่อยครั้ง สมัครสมาชิกเพื่อสัมผัสความเร้าใจพร้อมและลุ้นรางวัลใหญ่กับเรา sbobetgroup.com


พุ่มพวง ดวงจันทร์

 

 

 

 

 

 

 

พุ่มพวง -ราชินีลู่งทุ่งสำหรับหุ่นเหมือนพุ่มพวง ดวงจันทร์ ปัจจุบันมีอยู่ 7 หุ่น อยู่ที่วัดทับกระดาน 6 หุ่น ได้แก่ หุ่นที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณสระกลางน้ำ แต่งกายชุดสีดำ เป็นหุ่นอภินิหาริย์ที่สร้างขึ้นหลังพระราชทานเพลิงศพ หุ่นที่ 2 อยู่ในตู้กระจก ยุ้ย ญาติเยอะ เป็นผู้สร้างไว้บูชาครูเพลงพุ่มพวง หุ่นที่ 3 สร้างโดยนายณรงค์ รอดเจริญ อดีตบรรณาธิการ เป็นหุ่นแก้บน ทำด้วยขี้ผึ้งแข็ง หุ่นที่ 4 เป็นสีชมพู สร้างขึ้นจากแฟนเพลง ที่เป็นหุ่นปลดนี้ รุ่นนางพญาเสือดาว หุ่นที่ 5 อยู่ในชุดเสวนาธรรม สร้างโดยญาติและกรรมการวัด หุ่นที่ 6 เป็นหุ่นสีทอง สร้างขึ้นโดยใหม่ เจริญปุระ สร้างขึ้นเพื่อบูชาครูเพลง[11] หุ่นพุ่มพวงที่วัดทับกระดานนั้น ยังมีชื่อเสียงเรื่องมีผู้นิยมมาขอหวยอย่างมากมาย[12] ส่วนหุ่นเหมือนพุ่มพวงตัวที่เจ็ดนั้น เป็นหุ่นชุดเสือดาว สร้างโดยพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซต์ เพื่อจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์สาขากรุงเทพ ชั้น 6 และ 7 สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ โดยพิพิธภัณฑ์มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธันวาคม 2553 หุ่นเหมือนพุ่มพวงตัวนี้เป็นตัวแรกที่ผู้สร้างส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ และเป็นหุ่นตัวแรกที่ไม่ได้ตั้ง ณ วัดทับกระดาน[ต้องการอ้างอิง]

วันที่ 15 ส.ค.2552 กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกปริยศิลปิน และปรมศิลปิน มีมติประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุรพล สมบัติเจริญ และ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือรำพึง จิตรหาญ เป็น “ปริยศิลปิน” ศิลปินอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน โดยวันที่16 ส.ค. ซึ่งตรงกับวันเสียชีวิตของนายสุรพล สวช.จะมีพิธีมอบรางวัลยกย่องอย่างเป็นทางการให้แก่ครอบครัวสมบัติเจริญ ที่ศูนย์การค้าอินเดีย เอ็มโพเรียม กรุงเทพฯ หรือ ATM พาหุรัดเดิม ส่วนครอบครัวของพุ่มพวง ดวงจันทร์นั้น สวช.จะจัดพิธีมอบรางวัลยกย่องอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ส.ค.2552