เช้ามืดรวดเดียวพบ2ศพ จมน้ำเด็กพิเศษ-หนุ่มใหญ่ดับ

สลด! บึงกาฬรวดเดียวเช้ามืดพบ 2 ศพจมน้ำ รายแรกเด็กพิเศษวัย 12 ปี จมอยู่ใต้สระน้ำลึก 2 เมตร อีกรายหนุ่มใหญ่แบกเรือกีบลงน้ำ พลาดเหยียบก้อนหินลื่นจมน้ำดับต่อหน้าเพื่อน
จม-น้ำเมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 21 ก.ค. ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ รับแจ้งจากนางศิริลักษ์ พนมเริงศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน แสนประเสริฐ หมู่ 9 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ว่า มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตที่สระน้ำข้างวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นพ.ปณิธาน สมมาตย์ แพทย์เวร รพ.บึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยนทีธรรม ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกประมาณ 2 เมตรหน่วยกู้ภัยจึงพากันลงงมพบศพ

ด.ช.ปรีชา ต่อเชื้อ อายุ 12 ปี อยู่ที่ 144 หมู่ 9 ต.บึงกาฬ นอนจมอยู่ใต้ก้นสระน้ำห่างขอบสระ 2 เมตร สภาพศพใส่เสื้อยึดแขนสั้นสีแดงขาดขาว กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา เนื้อตัวซีดเหลือง สอบสวนนายลำดวน ต่อเชื้อ บิดาของเด็กชายเคราะห์ร้ายทราบว่าผู้ตายเป็นเด็กพิเศษ พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดได้แค่คำว่าพ่อและแม่ได้หายออกจากบ้านตั้งแต่ 5 โมงเย็น ออกตามหาจนมืดค่ำก็ไม่พบ กระทั่งมีคนมาแจ้งว่าพบรองเท้าเด็กวางอยู่ขอบสระข้างรั่ววิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬหน่วยกู้ภัยนทีธรรมลงงมจึงพบศพดังกล่าว

อีกรายตอนสายวันนี้ ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รอง สว.(สอบสวน) รับแจ้งพบศพนายสุระกาญจน์  ผิวขาวอายุ 52 ปี อยู่ที่ 62 หมู่ 5 บ้านท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ สภาพศพใส่เสื้อยึดแขนยาวสีแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำศพผลุบๆ โผล่ๆ กำลังจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง โดยเมื่อเช้าวานนี้ผู้ตายได้ไปตกปลาที่ฝายน้ำล้นห้วยกำแพง บ้านดงหมากยาง มีเพื่อนบ้านขอแรงยกเรือกีบลงน้ำ จังหวะที่แบกเรือก้าวเดินเกิดเหยียบถูกก้อนหินจึงล้มกลิ้งลงลำห้วยที่น้ำไหลเชี่ยวกราก พร้อมกับลำเรือแต่ผู้ตายว่ายน้ำไม่แข็ง จึงจมน้ำไปต่อหน้าเพื่อนหลายคนช่วยกันออกตามหาทั้งวันยันค่ำก็ไม่พบ และศพพึ่งจะเริ่มอืดจึงโผล่ขึ้นน้ำมาให้เห็นดังกล่าวจึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.


เตือนระวัง หลังแมงกะพรุนมีพิษ โผล่หลายหาดภูเก็ต

เตือนระวังแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส ขึ้นหลายหาดภูเก็ตช่วงมรสุม เผยมีพิษร้ายถึงชีวิต แนะติดป้ายป้องกัน อย่าสัมผัสตัวแมง-กะพรุนรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้หลายหาดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้มีแมงกระพรุนที่มีพิษ โดยเฉพาะแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส ถูกคลื่นซัดเข้ามาบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก เช่น หาดในทอน หาดสุรินทร์ หาดกมลา รวมถึงหาดป่าตอง หลังจากช่วงนี้เกิดมรสุมคลื่นลมแรง

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จึงขอเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังตัวและอย่าไปสัมผัสแมงกะพรุนชนิดดังกล่าวเพราะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ขณะเดียวกันอยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขึ้นป้ายเตือนภัยเพื่อคอยเตือนนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

สำหรับแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส เป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก หากได้รับพิษในปริมาณสูง จะมีอาการช็อกและหัวใจล้มเหลวจนถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากพิษจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ ทั้งนี้หากได้รับพิษจะมีวิธีดูแลตนเองเบื้องต้น คือให้ใช้น้ำทะเลชะล้างเศษหนวดและเข็มพิษออกไปให้มากที่สุด

ห้ามใช้ “น้ำส้มสายชู” และ “น้ำจืด” ล้างแผลจากพิษแมงกะพรุนไฟหมวดโปรตุเกสโดยเด็ดขาด (แต่ในกรณีแมงกะพรุนกล่อง สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างแผลได้) สังเกตอาการผู้ได้รับพิษอย่างใกล้ชิด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง


สงบแล้ว เหตุนักโทษเผาคุกปัตตานี ดับ 3 เจ็บ 5-ยื่น 14 ข้อ ห้ามเอาผิดคนก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุจลาจลได้แล้ว กรณีนักโทษร่วม 300 คน ก่อเหตุเผาเรือนจำ จ.ปัตตานี ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ็บ 5 ราย ก่อนเรียกร้องข้อเสนอ 14 ข้อคุก-ใต้จากกรณีที่วานนี้ (15 กรกฎาคม 2559) เวลาประมาณ 17.20 น. เกิดเหตุนักโทษเรือนจำปัตตานี ก่อเหตุจลาจลเผาทำลายทรัพย์สินภายในเรือนจำ อาทิ โรงนอน และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ผู้คุมขัง จนเป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น (อ่านข่าว : นักโทษปัตตานี ก่อจลาจล-เผาทำลายทรัพย์สินเรือนจำ ดับแล้ว 1 ราย)

ล่าสุด (16 กรกฎาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ยุติลงแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่วางกำลังคุมเข้มทั้งในและนอกเรือนจำ พร้อมจับแยกนักโทษ 300 คน ที่ก่อเหตุไปอยู่ที่เรือนจำอื่นก่อน โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีนักโทษเสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน เป็นนักโทษ 3 คน เจ้าหน้าที่ 2 คน อาการปลอดภัยแล้ว

สำหรับข้อเรียกร้องจากผู้ต้องขัง มี 14 ข้อดังนี้

1. ไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำร้ายนักโทษที่ผิดวินัยเกินกว่าเหตุ
2. ห้ามย้ายนักโทษทุกคน3. ให้ย้ายผู้อำนวยการฯคนใหม่ออกจากเรือนจำพร้อม เจ้าหน้าที่ 7 คน
– นายสามารถ- นายสวัสดิ์- นายวิสิทธิ์- นายธวัชชัย (หมอ)- นายประชา- นายโชคชัย
– นายอารีย์ ดาราสันต์4. ให้หัวหน้าฝ่ายควบคุมคนเดิมกลับมา5. ให้ผู้ช่วยเหลือหัวหน้าคนงานเป็นผู้ช่วยเหลือมุสลิมทุกคน6. ขอให้ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่เป็นสามีภรรยาเจอกันอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
7. ขอให้ของฝากจากญาติเยี่ยมเข้าได้ตามปกติ8. ขอให้ทางเรือนจำเปิดข่าวสารให้นักโทษตามปกติ9. ขอให้เลื่อนชั้นผู้ช่วยเหลือนักโทษ 6 เดือนครั้ง และใส่ใจต่อผู้ต้องขัง10. ให้นำอาหารขึ้นเรือนนอนได้11. เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ต้องเอาผิดผู้ต้องขังทุกคน12. ไม่ให้ย้ายผู้ต้องขังแม้แต่คนเดียว13. จากรายชื่อที่เสนอข้อที่ 3 ให้ย้ายด้วย14. ขอให้หัวหน้าฝ่ายควบคุมคนเก่ารับรองเป็นสักขีพยาน


ท่องเที่ยว แก่งกระจาน กินลม ชมวิว

แก่งกระจาน หรือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่ง-กระจานแก่งกระจาน เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือ ยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เขื่อน-กระจานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกจากจะเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี มีลักษณะเด่นทางธรรมชาติ ได้แก่ ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และสัตว์ป่านานาชนิด จึงมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ดังนั้น ในช่วงฤดูฝน การท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่สะดวกในการเดินทางไปท่องเที่ยว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติสูง และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว จึงมีกำหนดปิดการท่องเที่ยวและพักแรม เฉพาะบริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้มีโอกาสฟื้นตัว


มะกรูด ประโยชน์ของมะกรูด สมุนไพรหลากสรรพคุณคู่ครัวไทย

ประโยชน์ของมะกรูด และสรรพคุณมะกรูดมีมากมาย ทั้งช่วยเสริมความงามและบำรุงสุขภาพ อยากรู้ว่ามะกรูดดีอย่างไรมาดูกันเลยกรูด

มะกรูดเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะนำมาใช้ในการทำอาหาร ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงาม หรือแม้แต่นำมาปลูกเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้มะกรูดยังมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรมองข้าม เรามาทำความรู้จักกับเจ้าพืชสมุนไพรผิวขุรขระชนิดนี้กันให้ดีขึ้นกว่าเดิมดีกว่าค่ะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

มะกรูด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Kaffir lime, Leech lime, Mauritius papeda มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus x hystrix L. นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีชื่ออีกหลากหลายชื่อ อาทิเช่น มะขู (แม่ฮ่องสอน), มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ), ส้มกรูด ส้มมั่วผี (ภาคใต้) เป็นต้น เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูล ส้ม (Citrus) โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ลักษณะของมะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกันอยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอนๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน กว้าง 2.5-4 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซ๋นติเมตร ใบสีเขียวแก่พื้นผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนา มีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ ซึ่งผลแบบนี้เรียกว่า ผลแบบส้ม (hesperitium) ใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ

สรรพคุณมะกรูด กับคุณประโยชน์ทางยาที่ไม่ควรมองข้าม

มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่มีคุณประโยชน์ทางยามากมาย โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย มะกรูดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและต้านทานโรคหลายชนิดรวมทั้งมะเร็งบางชนิดด้วย นอกจากนี้มะกรูดยังมีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ อย่างเช่นเชื้ออีโคไล (E.coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ได้ ช่วยบำรุงประจำเดือน ขับระดู และมักเป็นส่วนผสมสำคัญในยาสตรีต่าง ๆ อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ส่วนต่าง ๆ ของมะกรูดยังมีประโยชน์อีกมากมายไปดูกันเลยค่ะ

รากมะกรูด

รากของมะกรูดมีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน และช่วยอาการเสมหะเป็นพิษ

ผิวมะกรูด

ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาหารนอนไม่หลับได้ โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับรากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อยแล้วนำมาต้มน้ำดื่ม
เป็นยาบำรุงหัวใจ โดนนำผิวมะกรูดฝานสดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับพิมเสนหรือการบูรชงในน้ำเดือดแล้วแช่ทิ้งไว้ จากนั้นนำมาดื่ม
ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำเปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกับน้ำเดือดแล้วเติมการบูรเล็กน้อย นำมาดื่มเพื่อแก้อาการ
ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้
ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนังโดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็นส่วนประกอบในการอบซาวน่าสมุนไพร


วิจิตรศิลป์’วัดร่องเสือเต้น’ ‘สีฟ้า’ฉาบความตระการตา

อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจช่วงสุดสัปดาห์ “วัดร่องเสือเต้น” ผสมผสาน “ร่มเย็น-สวยงาม” ทุกอณูถูกเนรมิต “วิจิตรศิลป์สีฟ้า” ฉาบลงด้วยความประณีต แม้สร้างเสร็จสมบูรณ์ไม่ถึง 5 ปีเต็ม 
วัดเหนือ-สวย

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หากใครไม่รู้ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนอยากขอแนะนำสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ผสมผสานกับความสงบร่มเย็นและความสวยงามวิจิตรตระการตา นั่นคือ “วัดร่องเสือเต้น” ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย แม้จะถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์มาไม่ถึง 5 ปีเต็ม แต่กลับสร้างความติดตรึงใจให้กับญาติโยมที่เข้ามากราบไหว้สักการะ ซึ่งวัดร่องเสือเต้นถูกปลูกสร้างและรังสรรค์ไปด้วย “สีฟ้าสดใส” สบายตา ฉาบลงบนความวิจิตรศิลป์ที่ประณีตทุกอณู จึงไม่แปลกใจถ้าวัดแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเป้าหมายของนักเดินทาง

สำหรับประวัติ “วัดร่องเสือเต้น” ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2539 และได้สร้างอุโบสถเมื่อวันที่ 9 พ.ย.48 หลังจากนั้นได้ทำการพัฒนาและสร้างเสนาสนะมากมายตามกำลังศรัทธา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.51 ได้ก่อสร้างองค์พระประธานสิงห์หนึ่ง ขนาดพระสูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยทีมงานช่าง นายพุทธา กาบแก้ว หรือ “สล่านก” ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ช่างปูนลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้สร้างวัดร่องขุ่นจนโด่งดังเลืองลือ ซึ่งศิลปะที่ใช้ก่อสร้างวัดร่องเสือเต้น เป็นศิลปะประยุกต์ จิตรกรรมที่เป็นภาพวาดบนฝาพนังเป็นภาพวาดที่เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ โดยใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า 

จากนั้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค.53 เป็นวันที่บรรจุหัวใจพระเจ้า มีองค์พระรอดลำพูน 84,000 องค์ และแก้วแหวน เงินทอง หลายสิ่งใต้ฐานพระพุทธรูป อนึ่งได้รับพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก บรรจุที่พระเศียรองค์พระประธาน และได้รับพระราชทานนามองค์พระประทานว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” ซึ่งมีความหมายว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นมงคล เป็นเจ้าในความเป็นแห่งพระราชา เป็นที่พึ่งในสามโลก”
กระทั่งพอตกแต่งองค์พระพุทธรัชมงคลบดี ตรีโลกนาถ เป็นองค์พระสีขาวมุข ทำให้ถือได้ว่าสร้างเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 25 ส.ค.54  ใช้งบประมาณในการสร้างทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท 


อริฉุนไล่ยิงจ่าอากาศเอกดับ เหตุพูดผิดหูหน้าร้านข้าวต้ม.

จ่าอากาศเอก กองทัพไทย ถูกยิงดับคาร้านข้าวต้ม ย่านดอนเมือง หลังมีปากเสียงกับอริ จนท.เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
ยิง-จ่าอากาศเมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 8 ก.ค.ร.ต.อ.อภิรัตน์ จันลดา รองสว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ได้รับแจ้งว่ามีชายถูกยิงเสียชีวิต บริเวณริมถนนสรงประภา แขวง-เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.เจริญ ศรีศลักษณ์ ผบก.น.2 และพ.ต.อ.สุรเชษฐ์  บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างซอยสรงประภา ระหว่างซอย 6 และ ซอย 8 บริเวณริมถนนพบศพจ่าอากาศเอก สุรเชษฐ์ สุวรรณมณี อายุ 48 ปี สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย นอนเสียชีวิต ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่ศีรษะเหนือกกหูขวาทะลุหน้าผาก จากการตรวจสอบยังพบรอยกระสุนปืน 4 รู อยู่ตามประตูเหล็กอาคารพานิชย์ที่อยู่ใกล้เคียง

ด้าน พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ตายพร้อมเพื่อน 4-5 คน ได้ดื่มกินกันมาจากร้านอื่นก่อนที่จะมานั่งกินข้าวต้มที่ร้านเกิดเหตุ ต่อมาผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาภายในร้านและมีปากเสียงกัน ก่อนผู้ตายจะเดินออกจากร้านเพื่อกลับไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่ ขณะนั้นเองผู้ก่อเหตุได้เดินตามออกมาและใช้อาวุธปืนไล่ยิงก่อนจะขี่จยย.หลบหนีไป เบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องเขม่นกันมาก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบปากคำกลุ่มเพื่อนผู้ตายและพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


การขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ

การขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบขับขี่รถจักรยานสาธคุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ1) ต้องได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขัขรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี ทีได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี2) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 ดังนี้
(1) ต้องมีอายุไม่ต้ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะและใบขับขี่รถยนต์รถสาธาร-นะสามล้อสาธารณะ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์(2) มีความรู้ความสามารถในการขับรถ(3) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก(4) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้(5) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ(6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน(7) ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
(8) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่3) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 6 เดือน(ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น(ค) ในลักษณะกีดขวาง

การจราจร(ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด(จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน(ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่น4) มีสัญชาติไทย5) รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบขับขี่พอสมควร6) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง7) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
8) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิด

ภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวงกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ในกรณีที่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8) ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า
(ก) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน
(ข) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิด หรือ
(ค) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดงหลักฐานว่าคนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำ 8) มาใช้บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ

หลักฐานประกอบคำขอ
1) ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบแทนใบขับขี่รถดังกล่าว พร้อมด้วยสำเนา แล้วแต่กรณี
2) บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนา
3) สำเนาทะเบียนบ้าน
4) ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถและไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่เฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน
5) หลักฐานการรับรองซึ่งแสดงว่าผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจากกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ถ้ามี)


ผบ.ทอ.รับศพ2นักบิน-1ช่าง กองเกียรติยศรับสมเกียรติ

ผบ.ทอ. เป็นปธ.ประกอบพิธีรับศพ 2 นักบิน 1 ช่างเฮลิคอปเตอร์ จัดกองทหารเกียรติยศรอรับอย่างสมเกียรติ ขอบคุณทุกส่วนสนับสนุนภารกิจค้นหาจนสำเร็จสม-เกีรจติ
เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.ตรีทศ  สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีรับร่างผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 (UH-1H) ของกองทัพอากาศประสบอุบัติเหตุในพื้นที่เขาชะเมา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ทำให้นักบิน และช่างประจำเฮลิคอปเตอร์เสียชีวิตทั้ง 3 คน ทั้งนี้กองทัพอากาศ ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับทางอากาศ โดยเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8(ซี-130) จากสนามบินอู่ตะเภา ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ทั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดกองทหารเกียรติยศรอรับอย่างสมเกียรติ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการกองทัพอากาศ และญาติผู้เสียชีวิตร่วมในพิธี จากนั้นเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังอาคาร 14 โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อทำการชันสูตรต่อไป 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 มิ.ย. 59 มีกำหนดการดังนี้ 16.00 น.เคลื่อนศพจากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชฯ ไปยัง ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน 16.45 น.เคลื่อนศพขึ้นตั้งยังศาลาทักษิณาประดิษฐ (ศาลาใหญ่) 17.00น.พิธีรดน้ำศพ 18.00 น.พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและ18.30 น.สวดพระอภิธรรม

ทั้งนี้พล.อ.อ.ตรีทศ ได้ขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฎีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ที่ให้กำลังใจและแสดงความห่วงใย และขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการทั้งทหาร ตำรวจฝ่ายปกครอง ตลอดจนประชาชนจิตอาสาทุกคนที่ได้ให้การสนับสนุนภารกิจค้นหาในครั้งนี้จนสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาอย่างสมเกียรติ


แกงขี้เหล็กแบบลาวๆ กินทีไรหลับสบาย

แกง-ลาว

ช่วยระบายท้อง ขับปัสสาวะ แก้บวม บำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยให้นอนหลับง่าย เป็นอาหารบำรุงธาตุไฟ ฤดูากาลที่รับประทาน
ทุกฤดูกาล  มื้อที่รับประทานเช้า กลางวัน เย็นแสลง
ไม่นิยมรับประทานในฤดูฝน เนื่องจากจะมีฤทธิ์ระบายมากการปรุงอาหาร

แกง-ขี้เหล็ก
1. นำใบขี้เหล็กอ่อนล้างน้าให้สะอาด นำเอาใบอ่อนและยอดไปต้มให้หายขมประมาณสอง ครั้งแล้วบีบน้ำออก 2. โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด 3. นำข้าวสารแช่น้ำ โขลกร่วมกับใบย่านางละลายน้ำคั้นให้ข้นๆ 3 ถ้วย 4. นำใบย่านางต้มใส่เครื่องแกงที่โขลก ใส่ขี้เหล็ก น้ำปลา น้ำปลาร้า เอ็นวัว เนื้อวัวต้มเปื่อย ข้าวเบือพอเดือดใส่ชะอม ใบแมงลักหอมสด ปิดฝารอรับประทาน เคล็ดไม่ลับ – ใช้หมูไก่ แทนเนื้อวัวได้ – การต้มใบขี้เหล็กควรใช้ไฟแรง เวลาต้มไม่ต้องคนพอเดือดรีบเทน้ำทิ้งแล้ว ต้มใหม่สองครั้ง
ส่วนผสม
เครื่องปรุง ใบขี้เหล็กอ่อนต้ม 3 ถ้วยแกง, เอ็นวัวต้มเปื่อย 1/2 ถ้วยแกง, ข้าวเบือ 2 ช้อนแกง, น้ำปลา 3 ช้อนแกง, น้ำปลาร้า 3 ช้อนแกง, ชะอม 1/2 ถ้วยแกง, ใบแมงลัก 1 ถ้วยแกง, หอมสด 3-4 ต้น, น้ำใบย่านางข้น 3 ถ้วย, ใบมะกรูด 3-4 ใบ เครื่องแกง หอมแดงแห้ง 4-5 หัว, กระเทียม 5 กลีบ, ตระไคร้หั่นฝอย 1 – 2 ต้น, ข่า 2 – 3 แว่น, พริกสด 7-8 เม็ด