คืบหน้า! สาว 16 สงสัย ‘อดีตเเฟนหนุ่มของสามี’ ปลอมเฟซบุ๊กโพสต์หมิ่นเบื้องสูง

(29 ต.ค.) ความคืบหน้าจากกรณีที่นางสาวณัฐ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี กับนายวัตร (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อยู่ ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า มีคนลักลอบเปิดเฟซบุ๊กปลอมในชื่อตน พร้อมภาพใบหน้าตน โดยมีการโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของนายนินทร์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อดีตเคยเป็นแฟนกับนายวัตร สามีของตนมาก่อน และเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายนินทร์มาสอบปากคำในทันที เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87

พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฉายอรุณ ผู้กำกับการ สภ.กันตัง กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าข้อความโพสต์ดังกล่าว ไม่ใช่ของสองสามีภรรยา และหลังเกิดเรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปตรวจค้นบ้านของผู้เสียหายทั้ง 2 คน รวมทั้งบ้านของผู้ต้องสงสัยคือ นายนินทร์ แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ รวมทั้งที่บ้านก็ไม่มีคอมพิวเตอร์ จึงเอาโทรศัพท์มือถือที่ทำการยึดมาในวันแรก ส่งไปตรวจสอบหาหลักฐานที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด เพราะต้องรอพยานหลักฐาน

แต่อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สมพงศ์ ทองใบ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด โดยมี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เป็นประธาน เพื่อสอบสวนสืบสวนติดตามคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายในมาตรา 112 ให้ได้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการตรวจสอบและรอพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี และเคยก่อเหตุในลักษณะแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวของบุคคลอื่นซึ่งมีปัญหาขัดแย้งในลักษณะเดียวกัน ด้วยการเข้าเปลี่ยนแปลงข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของคู่อริให้หยาบคายขึ้นมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง และขณะนี้ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เกรงจะถูกชาวบ้านที่ทราบข่าวทำร้าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดต่อไป


สุดอัศจรรย์ สาวจีนฝาแฝด คลอดลูกตัวเองในวันเดียวกัน

2 สาวฝาแฝดชาวจีน สร้างเรื่องอัศจรรย์ขึ้น เมื่อพวกเธอบังเอิญตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้งยังให้กำเนิดลูกๆ ของพวกเธอเองในวันเดียวกัน%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a5สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เรื่องราวน่าอัศจรรย์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เกี่ยวกับโชคชะตาของ 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง เมื่อทั้งคู่บังเอิญตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และล่าสุดทั้งคู่ต่างก็ให้กำเนิดลูกของตัวเองในวันเดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเล็กน้อยเท่านั้น

ตามรายงานระบุว่า 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่งได้ให้กำเนิดลูกตัวน้อยในวันเดียวกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน กลายเป็นเรื่องราวน่าประทับใจ คุณแม่ทั้ง 2 คนต่างเป็นฝาแฝดท้องเดียวกัน ก่อนที่ในเวลาถัดมาพวกเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกพร้อมๆ กันอีก

หญิงสาวแฝดผู้พี่ที่ได้แต่งงานกับสามีข้าราชการทหารไปราวๆ เกือบ 2 ปีก่อนหน้านี้ พวกเขายังคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตคู่ เดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ตามที่เวลาจะเอื้ออำนวย โดยยังไม่คิดจะมีทายาท ก่อนที่หญิงสาวแฝดผู้น้องจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มของเธอ เมื่อเดือนมกราคม 2016 ที่ผ่านมา

โชคชะตาช่างแปลกประหลาด หลังจากงานแต่งงานเพียงไม่นาน สาวแฝดผู้น้องก็พบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แบบไม่ทันคาดคิด ขณะที่สาวแฝดผู้พี่กำลังดีใจกับน้องสาวอยู่นั้น เธอก็พบว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่เช่นเดียวกัน สร้างความประหลาดใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่ฝาแฝดทั้งคู่ต่างตั้งครรภ์ในเวลาเดียวกันแบบนี้

ในเวลาต่อมา พวกเธอได้มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ก็พบว่าพวกเธออาจจะให้กำเนิดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา แฝดผู้น้องมีกำหนดคลอดลูกก่อน แต่ปรากฏว่าลูกก็ยังไม่คลอดออกมาสักที ในวันที่ 19 ตุลาคม แฝดผู้พี่เกิดมีอาการถุงน้ำคร่ำแตกระหว่างเข้าห้องน้ำ ทำให้เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

กระทั่งช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องรางน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น สาวแฝดผู้พี่ได้คลอดลูกชาย ตอนช่วงเช้ามืด ส่วนสาวแฝดผู้น้องได้ให้กำเนิดลูกสาว ตอนช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นเอง เด็กแรกเกิดทั้งคู่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงดี อีกทั้งยังมีน้ำหนักแรกเกิดที่เท่ากันคือราวๆ 3,000 กรัมอีกด้วย


‘เต้น’ โหนกระแส ‘โจชัว หว่อง’ เย้ยรัฐน่าอาย ปฏิเสธประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 59 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า มาตรวัดความอายของคนนั้น ไม่เหมือนกัน นายกฯ ไม่ชอบใจและอายชาวโลกมาก ที่ชาวบ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนน แต่สำหรับตนคือการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พยายามทำให้เสียงดังพอที่จะทำให้ผู้มีอำนาจได้ยิน ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เป็นการประท้วงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ตนไม่รู้สึกอายเลย แต่กลับชื่นชมและเอาใจช่วยให้ได้ตามที่เรียกร้อง และเชื่อว่าสังคมโลกก็จะไม่ประณามเราด้วยเรื่องนี้

%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า แต่ที่รู้สึกอายมาก ๆ คือ การควบคุมตัว โจชัว หว่อง แล้วผลักดันออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรแต่ความหมายคือเราปฏิเสธหลักการประชาธิปไตย ตนเข้าใจและไม่ขัดข้องเรื่องความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ แต่คิดว่ามีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ได้

แทนที่ โจชัว หว่อง จะมาพูดวันสองวันแล้วกลับ ไม่เสียหายอะไรมาก เพราะถึงไม่มานักศึกษาที่จัดงานก็พูดแบบเดียวกันอยู่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐกลับทำให้คนพูดถึงเรื่องนี้กันทั่วโลก และคงพูดกันต่อไปอีกนานด้วย

ทั้งนี้ ไม่ได้หาเรื่องรัฐบาล ตอนนี้กำลังเอาใจช่วยให้ท่านเดินตามโรดแม็ปได้โดยเร็ว เพราะถ้าชักช้า การไหลลงของคะแนนนิยมอาจหนักหนากว่านี้ เพียงแต่บางเรื่องไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ไปทำ ถ้าไม่อาย ตนอายแทนก็ได้


กระบะลำปางสุดระห่ำ ยิงปืนขึ้นฟ้า! รำคาญโจ๋ยกพวกตีกันขวางถนน

เกิดเหตุชุลมุนทะเลาะวิวาทกันกว่า 30 คน กลางถนนหน้าสถานบันเทิงชื่อดังลำปาง ทำให้รถกระบะเกิดความรำคาญใจที่ต้องจอดรอนาน ชักปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขอเปิดทาง แต่เมื่อเหล่าวัยโจ๋หายอึ้ง ก็กลับมาตะลุมบอนกันต่อ%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2เวลา 02.20 น. วันที่ 24 กันยายน 2559 ที่ถนนหน้าสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ถนนเวียงละกอน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันกลางถนน ท่ามกลางสายตาของนักเที่ยวราตรี ซึ่งเป็นวัยรุ่นเมืองลำปาง ที่กำลังทยอยออกมาจากสถานบันเทิงชื่อดัง หลังสถานบันเทิงปิดให้บริการเวลา 02.00 น.

เเต่ระหว่างนั้นได้เกิดความชุลมุนขึ้น เมื่อกลุ่มวัยรุ่นชายกว่า 30 คน ทะเลาะวิวาทชกต่อยกันกันกลางถนน ทำให้รถที่จะวิ่งผ่านไปมานั้น ต้องจอดชะลอเหตุชุลมุนดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็มีรถกระบะสีดำคันหนึ่ง ที่จอดรอนานและเกิดความไม่พอใจ

ทำให้ขณะกำลังขับรถผ่านวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวที่กำลังมีเรื่องชุลมุนทะเลาะวิวาทกันอยู่นั้น คนขับก็ได้เปิดกระจกลงก่อนที่จะยื่นมือออกมา และใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบชนิด ยิงปืนขึ้นฟ้า 4 นัด สร้างความตกใจและหวาดกลัวต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหยุดชุลมุนทะเลาะวิวาทกัน และยังเกิดชกต่อยกันต่อ จนกระทั่งทางการ์ดของสถานบันเทิงต้องเข้ามาระงับเหตุ


พบแล้ว เจดีย์บรรจุอัฐิ “พระราชมนู” ทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวร

พบแล้วเจดีย์บรรจุอฐิ พระราชมนู ทหารเอกคู่พระทัยสมเด็จพระนเรศวร ตั้งอยู่ในวัดเมืองอ่างทอง หลังชาวโซเชียลตามหาสถานที่บรรจุอัฐิ%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระครูสุวัฒน์วรกิจ (สุพจน์ สุวจจโน) เจ้าอาวาสวัดช้าง (ช้างให้) ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ว่าภายในวัดมีเจดีย์รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ)สมัยอยุธยาตอนปลาย บรรจุอัฐิพระราชมนูทหารเอกคู่ใจสมเด็จพระนเรศวร พร้อมด้วยเจดีย์บรรจุอัฐิภรรยาพระราชมนู และวิหารที่พระราชมนูสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวร หลังชาวโซเชียลตามหาประวัติของพระราชมนู ขุนศึกคู่พระทัยของสมเด็จพระนเรศวรซึ่งหายไปจากประวัติศาสตร์

พระครูสุวัฒน์วรกิจ กล่าวว่า วัดช้างให้ สร้างราวปี พ.ศ. 1845 ต่อมาสมัยอยุธยามีการรบที่ทุ่งบางแก้ว พระราชมนู แม่กองระวังหน้า ได้ใช้วัดช้างให้เป็นที่ตั้งทัพทหารหมื่นนาย ออกรบแบบกองโจรกับพระเจ้าเชียงใหม่จนได้รับชัยชนะ สมเด็จพระนเรศวรทรงโปรดให้นำพระราชทรัพย์มาปฎิสังขรณ์วัด พระราชมนู (เพชร) จึงให้นายพลอยครูดาบใช้เรือกระแชงไปขนทองคำและสิ่งของที่จำเป็นจากกรุงศรีอยุธยา พร้อมช่างสิบหมู่มาช่วย

 ต่อมาหลังเปลี่ยนแผ่นดิน พระราชมนูได้ลาออกจากตำแหน่งสมุหกลาโหม มาบวชที่วัดช้างให้ และได้สร้างวิหารถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวร พระราชมนู หรือ หลวงพ่อเพชร ได้จำพรรษาที่วัดช้างให้จนสิ้นอายุขัย ศิษย์และชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิรูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) ของท่านและภรรยา มาจนบัดนี้ โดยในวันที่ 9 ตุลาคมนี้จะมีการสร้างอนุสาวรีย์พระราชมนู เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้รำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเจดีย์ซึ่งบรรจุอัฐิของพระราชมนูอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมอย่างมาก ซึ่งทางวัดทำได้แต่เพียงดูแลรักษาไม่ให้ทรุดโทรมไปมากกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น แต่หน่วยราชการที่มีหน้าที่ดูแลโบราณสถานสำคัญไม่เคยเข้ามาสำรวจหรือปรับปรุงแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงอยากให้ช่วยบูรณะเจดีย์ให้สวยงาม สมกับคุณความดีที่ท่านทำให้กับแผ่นดิน


ถ.ลาดพร้าว,เพชรเกษม,เพชรบุรี,พระราม3รถติด

บก.จร. ถนนลาดพร้าว เพชรเกษม กรุงธนบุรี เพชรบุรี สุขสวัสดิ์ รัชดาท่าพระ พระราม 3 ปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวช้ากองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) รายงานสภาพการจราจรถนนลาดพร้าว ขาเข้า จาก แยกโชคชัย 4 มุ่งหน้า แยกภาวนา ไปแยกรัชดาลาดพร้าว รถหนาแน่น เริ่มหยุดที่แยกโชคชัย 4%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94ต่อเนื่องจากที่ แยกรัชดาลาดพร้าว เลี้ยวขวาไป ถนนรัชดาภิเษก รถหนาแน่น
ถนนเพชรเกษม ขาเข้า จาก ม.สยาม มุ่งหน้า แยกท่าพระ รถมากเคลื่อนตัวช้า ท้ายสะสมซอยเพชรเกษม 36 ถนนกรุงธนบุรี ขาเข้า จาก แยกตากสิน มุ่งหน้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน รถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ท้ายสะสมสะพานข้ามแยกตากสิน ต่อเนื่องจาก ถนนสาทรเหนือ รถหนาแน่นถนนเพชรบุรี ขาเข้า จาก แยกมิตรสัมพันธ์ มุ่งหน้า ใต้ด่วนเพชรบุรี รถมากเคลื่อนตัวช้า ท้ายแยกมิตรสัมพันธ์
 ถนนสุขสวัสดิ์ จาก แยกวัดสน มุ่งหน้าขึ้นทางด่วนช่วงด่านสุขสวัสดิ์ รถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ท้ายสะสมแยกวัดสนถนนรัชดาท่าพระ ขาเข้า จาก แยกมไหสวรรย์ มุ่งหน้า สะพานพระราม 3 รถหนาแน่น เคลื่อนตัวช้า ท้ายสะสมแยกรัชดาตลาดพลูถนนพระรามที่ 3 ขาเข้า จาก แยกบุคคโล มุ่งหน้า สะพานกรุงเทพฯ ไปแยกถนนตก รถหนาแน่น เคลื่อนตัวช้า ท้ายสะสม 800 เมตร ก่อนขึ้นสะพาน


เเฉ “จุดผ่านแดนช่องจอม” เเค่ 50 บาทผ่านฉลุย ไม่ต้องมีเอกสารใดๆ

(12 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน พฤติกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิงบางกลุ่ม ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ว่า มีการยินยอมให้คนเข้าออกเมืองโดยผิดกฎหมาย รับเงินสินบนด้วยเงินเพียง 50 บาท เพื่อแลกให้คนเข้าเมืองได้สะดวก ทั้งกรณีที่ไม่มีหนังสือเดินทาง และมีหนังสือเดินทางแต่ไม่ลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และมีการจ้างชาวกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาทำงานอยู่ภายในบริเวณด่านช่องจอม

%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2

อีกทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง แสดงตนเอื้อประโยชน์กับนักพนันที่ข้ามแดนไปเสี่ยงโชคยังบ่อนคาสิโน 2 แห่ง เลียบชายแดนไทย และมีการเรียกเก็บส่วยจากพ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุกสินค้า ที่วิ่งข้ามแดนเข้า-ออกฝั่งไทย เริ่มต้นตั้งแต่ 50 -500 เพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวก ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ

ทีมข่าวรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมีการวางแผนนำธนบัตรใบละ 50 บาท ให้ทีมข่าวปลอมตัวแฝงทำทีเป็นนักท่องเที่ยว ประสงค์เดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่มีเอกสารหรือหนังสือเดินทางใดๆ ทั้งสิ้น พอเข้าไปยังช่องทางพิเศษซึ่งอยู่บริเวณซ้ายมือของตู้ตรวจหนังสือผ่านแดน พบว่ามีชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่ไม่มีหนังสือเดินทางออกนอกประเทศ ยืนเข้าแถวรอถิว จากกาสังเกตพบว่า ทุกคนได้เตรียมเงินคนละ 50 บาท เเล้วยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนายหนึ่งที่นั่งอยู่ภายใน โดยไม่มีการออกใบเสร็จรับเงิน

เมื่อถึงคิวของทีมข่าวที่แฝงตัวเข้าไป ได้บอกว่าไม่มีหนังสือเดินทาง กลับได้รับแจ้งว่าต้องจ่าย 50 บาท แล้วปรากฏว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีการตรวจสอบเอกสารใดๆ

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถาม นายตำรวจท่านหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ นามสกุล เเละตำเเหน่ง) ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในตู้บังคับการจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม กลับได้รับการปฏิเสธและบ่ายเบี่ยง อ้างให้ไปสอบถามผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ ข้างที่ว่าการอำเภอกาบเชิง

หลังนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ ข้างที่ว่าการอำเภอกาบเชิง เพื่อสอบถามนายตำรวจระดับสูงท่านหนึ่ง และตำรวจอีกหลายๆ นาย เเต่กลับได้รับการปฏิเสธ และของดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อทุกกรณี


ชันโรงคืออะไร คนสมัยนี้รู้จักกันรึป่าว?พระอาจารย์ประภาส โรจนวังโส(แดน)เกจิอาจารย์แห่งเบื้องบูรพา

มีพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าจำนวนหลายท่านที่นิยมนำชันโรงมาเป็นส่วนผสมของพระที่จะทำการสร้างหรือนำมาอุดไว้ที่ใต้ก้นของพระเพื่อปิดไว้มิให้ผง หรือกระดาษสาที่บรรจุอักขระไว้ที่ก้นพระหลุดหายไป

ซึ่งโบราณถือว่าเป็นของทนสิทธิ์ มีอุปเท่ห์ทำให้เกิดความขลัง ชันโรงตั้งแต่ดั้งเดิมที่เกจิอาจารย์นำมานั้นจะมีอยู่ 2 แบบคือ

ชันโรงที่อยู่ใต้ดิน และชันโรงที่อยู่บนกิ่งไม้ ซึ่งถือเป็นของหายาก และมีคุณวิเศษในตัว สามารถนำมาเป็นส่วนผสมหรือนำมาเป็นองค์ประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์พระให้เกิดความขลัง?
ชันโรงหมายถึงแมลงประเภทหนึ่งคล้ายผึ้งตัวดำ

ชันโรง

 มักจะทำรังอยู่ตามใต้ดิน หรือตามกิ่งไม้ แมลงเหล่านี้จะทำรังซึ่งมีส่วนผสมของขี้ผึ้งผสมด้วยขี้ดินและ ยางไม้ ส่วนผสมทั้ง 3 อย่างที่ถูกผลิตมาจากแมลงเหล่านี้จะมีลักษณะสีดำเป็นส่วนหญ่ ในส่วนของสีน้ำตาลแกมดำก็มีแต่พบน้อยกว่าและถูกเรียกว่า ?ชันโรง?

ในการนำชันโรงมาอุดที่ใต้องค์พระเกจิอาจารย์จะใช้ชันโรงที่อยู่ใต้ดินเป็นส่วนใหญ่ และหากหาไม่ได้ก็มักจะใช้ชันโรงที่อยู่บนกิ่งไม้ที่ยื่นไปทางทิศตะวันออก ซึ่งถือเคล็ดอย่างหนึ่งในการสร้างพระ เกจิอาจารย์ที่นิยมสร้างพระผสม หรืออุดด้วยชันโรงได้แก่ หลวงปูเอี่ยม วัดหนัง ?หลวงปู่รอด ?วัดโคนอน เป็นต้น หากจะเปรียบเทียบชันโรงแล้วจะมีความคล้ายคลึงกับครั่งเป็นอย่างมากในด้านของเนื้อหาจะแตกต่างกันเฉพาะสีเท่านั้นเพราะ ครั่ง ส่วนใหญ่จะมีสีน้ำตาล หวังว่าท่านทั้งหลายคงได้รับความรู้จากเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย ?สวัสดีครับ

เราได้คัดสรรบริการเกมส์ gclubslot คาสิโนออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ที่เว็บไซต์ : gclubcasinoonline.com

 


รวบ2โจ๋ยิงเหยื่อชิงรถจยย.นำเงินขายซื้อยาบ้า

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 แถลงรวบ 2 โจ๋ ประกบยิง เหยื่อ ชิงรถ จยย. นำเงินขายซื้อยาเสพติดเสพ%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8  แถลงการจับกุม   นายชนะชล  อายุ 23 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ นายธีรศักดิ์   อายุ 23 ปี  ชาว จ.สุรินทร์  ผู้ต้องหา ก่อเหตุชิงทรัพย์ย่านถนนกรุงธนบุรี ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS กรุงธนบุรี ช่วงเช้ามืด วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยยึดของกลาง อาวุธปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

โดย พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าได้รับแจ้งจาก นายปิยะวัตร สีสัน อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย ว่าขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณถนนกรุงธนบุรี มุ่งสะพานสาธร ได้ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จากด้านหลังกระสุนโดนไหล่ซ้าย ได้รับบาดเจ็บก่อนที่รถจะล้มลง จากนั้นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ลงมาขี่รถจักรยานยนต์ของตนหลบหนีไป  ซึ่งกล้องวงจรปิดจากหลายจุด สามารถบันทึกภาพการก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพ อ้างว่า ก่อเหตุจริงโดย ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบก่อนชักปืนยิงขู่ แต่ปรากฏว่ากระสุนถูกผู้เสียหายบาดเจ็บล้มลง ก่อนจะวิ่งไปคว้ารถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขายให้กับ นายยีน (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ที่ซอยเทียนทะเล28 ได้เงิน 10,000 บาท จึงแบ่งเงินกันซื้อยาเสพติดเสพ 

 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา มีประวัติถูกจับดำเนินคดียาเสพติดโชกโชน อีกทั้งยอมรับว่าก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง หลายพื้นที่  


ไฟไหม้กุฏิแม่ชีวัดอโศการามวอดเสียชีวิต1

ไฟไหม้กุฏิแม่ชีวัดอโศการาม สมุทรปราการ วอดทั้งหลัง พบศพหญิงใบ้ ถูกไฟคลอกตาย 1 ราย%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนซอยวัดอโศการาม ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นกุฏิแม่ชี หรือ บ้านพักแม่ชี ภายในวัดอโศการาม เป็นกุฏิไม้ทั้งหลัง ตั้งอยู่ในซอยวัดอโศการาม 8 เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำสะกัดเปลวไฟที่พวยพุ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ภายหลังตรวจสอบสภาพความเสียหาย พบว่าเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหลัง และพบมีผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางลัดดา อายุ 43 ปี ผู้พิการทางหู ไม่ได้ยินและเป็นใบ้ นอนเสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้เถ้าถ่าน สภาพไหม้เกรียมทั้งตัว

อย่างไรก็ตาม เขตพื้นที่บริเวณวัดอโศการราม ถูกแบ่งเป็นถนนซอยต่าง ๆ ปลูกสร้างกุฏิให้พระลูกวัดและแม่ชีได้อาศัยอยู่ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่