เด็กแว้นโคราชแหกโค้งชนกระบะ ตาย 3 เจ็บ 2

เด็กแว้นโคราช ซิ่งแหกโค้งชนกระบะ ทางหลวงหมายเลข 2105 โนนไทย-ขามสะแกแสง ตาย 3 ศพ เจ็บ 2แว้น-โคราช

พ.ต.ท.สายชล จงปลูกกลาง พนักงานสอบสวน สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 2105 โนนไทย-ขามสะแกแสง บ้านถนนโพธิ์ ต.ถนนโพธิ์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลโนนไทย

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย และบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุ 12 – 16 ปี นอนกระจายเต็มถนน ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ 3 คัน และรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน บร 8520 สระบุรี จอดอยู่ในสภาพบริเวณกระจังด้านหน้ารถ มีร่องรอยการถูกชนเสียหาย

จากการสอบถามหญิงที่ขับรถกระบะคู่กรณี ทราบว่า เด็กวัยรุ่นที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน แข่งขันกันมาตามถนน และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ได้ขับไปเฉี่ยวรถกระบะที่กำลังวิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ ทั้ง 3 คัน ไปเกี่ยวกันล้มลงระเนระนาด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังต้องรอสอบปากคำ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายก่อน และขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร


พลายทองใบ’ ช้างถวายงาสร้างพระโกศเก็บพระอัฐิสังฆราช สิ้นลมแล้ว

เศร้า! ‘พลายทองใบ’ ช้างงางาม วัย 70 ปี ล้มแล้ว ประวัติเคยนำงาถวายสร้างพระโกศเก็บพระอัฐิประมุขสงฆ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกช้าง-พรายทองใบเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ 25 ก.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง รายงานว่านายหลักชัย ไหมทา หมอช้าง ได้ทำพิธีปัดผีปัดพลายประพรมน้ำมนต์ ให้กับ พลายทองใบ ซึ่งเป็นช้างงางาม วัย 70 ปี หลังจากได้เสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมา ตามประเพณีทางเหนือ ต่อด้วยพิธีทางศาสนา โดยได้มีการนนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดบังสกุล ที่โรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้างอ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

สำหรับพลายทองใบ เป็นช้างที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยก่อนหน้าที่จะล้ม ได้นำมาพักอยู่ในพื้นที่ป่า เขตปางช้าง แห่หนึ่งใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมามีอาการป่วยจากโรคชรา และนำตัวมารักษาที่ โรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จนกระทั่ง เมื่อคืนเวลาประมาณ 20.15 น. ของวันที่ 24 ก.ค. ได้ล้มลง และวันนี้หมอช้าง ได้มีการทำพิธี ถอดงาช้าง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ ก่อนที่จะใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมขนาดใหญ่ พื้นที่ดินด้านหลังของ รพ.ช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง เพื่อยกร่างของพลายทองใบ ลงหลุมที่ขุดไว้และกลบดิน โดยมีเจ้าของร่วมทำพิธีด้วยความเศร้าเสียใจจนเสร็จพิธี

ทางด้านนายสมโรจน์ คูกิจติเกษม ในฐานะคนเลี้ยงช้างที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลเรื่องช้างกว่าค่อนชีวิต และยังเป็นประธานชมรมสืบสานวัฒนธรรมคนกับช้างสุรินทร์ เล่าถึงที่มาของงาช้างมงคลนี้ว่า ได้มาจากศาสตร์การตัดบำรุงงาของพลาย “ทองใบ” ช้างอายุเกือบ 70 ปี เป็นช้างเลี้ยงมาเอง แต่มีปัญหาเรื่องงาเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต จึงทำการร่อนงาช้างออกและเก็บรักษาไว้

ประกอบกับพลายทองใบก็มีอายุมากแล้ว พอหลังจากที่มีการ ร่อน (ตัด) งาออกไป พลายทองใบก็มีสุขภาพดีขึ้น จากนั้นเป็นเวลากว่า 3 ปี และทราบถึงว่ามีผู้หางาช้างบริสุทธิ์ เพื่อนำมา ร่วมสร้างพระโกศเก็บพระอัฐิของประมุขสงฆ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2556 มีพระชันษา 100 ปี ตนจึงนำถวาย ผ่าน พระสุทธิสารเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรฯ ขณะนั้น เพื่อร่วมสร้างพระโกศเก็บพระอัฐิของประมุขสงฆ์ดังกล่าว


ชวนปลูกชะอม! พืชใกล้ตัวแตกยอดทั้งปี เชฟแดน เกษตรกรหนุ่มไฟแรง

หากพูดถึงชะอมหลายคนคงจะรู้จักและคุ้นเคยกันดีเพราะเป็นพืชผักที่เราบริโภคกันมาตั้งแต่เด็กๆ มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ยอดไม้ที่มีกลิ่นฉุนรสชาติอร่อยทำอาหารได้หลากหลายชนิด เป็นที่นิยมบริโภคกันทุกเพศทุกวัย แถมยังมีประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงกว่าแครอทของฝรั่งที่เชื่อกันว่ามีวิตามินเอสูงที่สุดในบรรดาผักอีกด้วยครับชะ-อมแล้วทำไมถึงมาชวนทุกท่านปลูกชะอม นั่นก็เพราะว่าชะอมเป็นพืชใกล้ตัว ผู้คนนิยมบริโภคกันทุกวัน แถมบางคนยังมองข้ามการปลูกชะอมไป เพราะคิดว่าเป็นพืชที่ใครๆ ก็ปลูกกันคงจะขายไม่ได้ แต่จริงๆแล้วความต้องการบริโภคชะอมนั้น มีอยู่มากมายทุกวัน สังเกตได้จากช่วงที่ชะอมขาดตลาดราคาจะพุ่งสูงขึ้นมาก เดินหาซื้อกันแทบจะไม่ได้ในตลาดสดเลยละครับ
ดังนั้นเราจึงจะมาฉวยโอกาสที่คนอื่นคิดว่าชะอมเป็นพืชไม่น่าปลูก ถือเป็นการลดคู่แข่งลงไป เราก็มาปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายกันเลยครับชะอม-ผัดกะปิ
ชวนปลูกชะอม-พืชใกล้ตัวแตกยอดทั้งปี-สร้างรายได้ให้ครัวเรือน
แต่ก่อนที่เราจะปลูกชะอมต้องมาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันก่อนครับ
ชะอมเป็นไม้ทรงพุ่ม แต่ก็สามารถแตกกิ่งก้านเลื้อยได้ยาวและสูง เป็นพืชจำพวกอาเคเซีย มีอายุยาวนาน ใบและกิ่งอ่อน ยอดอ่อน มีสีเขียวและมีกลิ่นฉุน บางพื้นที่ที่เรียกว่า ผักขะ ผักหละ ผักขา ผักเน่า สายพันธุ์ของชะอมนั้นไม่เป็นที่ปรากฎแน่นอน บ้างก็ว่ามี 3 สายพันธุื ได้แก่ ชะอมป่า ชะอมเด็ดยอด และชมอมไร้หนามซึ่งเป็นชะอมกลายพันธุ์ บ้างก็ว่ามี 2 สายพันธุ์ แบ่งเป็นชะอม

พันธุ์เบามีลำต้นขนาดเล็กใบเล็ก ยอดเล็กด้วย และชะอมพันธุ์หนัก ชะอมชนิดนี้มีลำต้นขนาดใหญ่ ใบใหญ่และส่วนยอดมีขนาดใหญ่มาก เป็นที่นิยมปลูกเพราะสามารถเก็บยอดได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าท่านสะดวกหากิ่งพันธุ์ชะอมได้ใกล้บ้านที่ไหนก็เอาไปปลูกเลยครับ พันธุ์ที่อยู่ตามบ้านเราทั่วไปก็แตกยอดดีตลอดทั้งปีอยู่แล้ว
วิธีการปลูกชะอม
ในส่วนของวิธีการปลูกหรือการขยายพันธุ์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลักๆ แบ่งเป็นการใช้เมล็ดและการใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำในการปลูกครับ
ซึ่งวิธีการปลูกนี้สามารถทำได้ทั้งสองวิธีแต่ที่จะสะดวกที่สุดคงจะเป็นการใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำเพราะสามารถทำได้สะดวกและหากิ่งพันธุ์ได้ง่าย


เช้ามืดรวดเดียวพบ2ศพ จมน้ำเด็กพิเศษ-หนุ่มใหญ่ดับ

สลด! บึงกาฬรวดเดียวเช้ามืดพบ 2 ศพจมน้ำ รายแรกเด็กพิเศษวัย 12 ปี จมอยู่ใต้สระน้ำลึก 2 เมตร อีกรายหนุ่มใหญ่แบกเรือกีบลงน้ำ พลาดเหยียบก้อนหินลื่นจมน้ำดับต่อหน้าเพื่อน
จม-น้ำเมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 21 ก.ค. ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ รับแจ้งจากนางศิริลักษ์ พนมเริงศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน แสนประเสริฐ หมู่ 9 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ว่า มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตที่สระน้ำข้างวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นพ.ปณิธาน สมมาตย์ แพทย์เวร รพ.บึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยนทีธรรม ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกประมาณ 2 เมตรหน่วยกู้ภัยจึงพากันลงงมพบศพ

ด.ช.ปรีชา ต่อเชื้อ อายุ 12 ปี อยู่ที่ 144 หมู่ 9 ต.บึงกาฬ นอนจมอยู่ใต้ก้นสระน้ำห่างขอบสระ 2 เมตร สภาพศพใส่เสื้อยึดแขนสั้นสีแดงขาดขาว กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา เนื้อตัวซีดเหลือง สอบสวนนายลำดวน ต่อเชื้อ บิดาของเด็กชายเคราะห์ร้ายทราบว่าผู้ตายเป็นเด็กพิเศษ พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดได้แค่คำว่าพ่อและแม่ได้หายออกจากบ้านตั้งแต่ 5 โมงเย็น ออกตามหาจนมืดค่ำก็ไม่พบ กระทั่งมีคนมาแจ้งว่าพบรองเท้าเด็กวางอยู่ขอบสระข้างรั่ววิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬหน่วยกู้ภัยนทีธรรมลงงมจึงพบศพดังกล่าว

อีกรายตอนสายวันนี้ ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รอง สว.(สอบสวน) รับแจ้งพบศพนายสุระกาญจน์  ผิวขาวอายุ 52 ปี อยู่ที่ 62 หมู่ 5 บ้านท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ สภาพศพใส่เสื้อยึดแขนยาวสีแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำศพผลุบๆ โผล่ๆ กำลังจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 20 ชั่วโมง โดยเมื่อเช้าวานนี้ผู้ตายได้ไปตกปลาที่ฝายน้ำล้นห้วยกำแพง บ้านดงหมากยาง มีเพื่อนบ้านขอแรงยกเรือกีบลงน้ำ จังหวะที่แบกเรือก้าวเดินเกิดเหยียบถูกก้อนหินจึงล้มกลิ้งลงลำห้วยที่น้ำไหลเชี่ยวกราก พร้อมกับลำเรือแต่ผู้ตายว่ายน้ำไม่แข็ง จึงจมน้ำไปต่อหน้าเพื่อนหลายคนช่วยกันออกตามหาทั้งวันยันค่ำก็ไม่พบ และศพพึ่งจะเริ่มอืดจึงโผล่ขึ้นน้ำมาให้เห็นดังกล่าวจึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.


เตือนระวัง หลังแมงกะพรุนมีพิษ โผล่หลายหาดภูเก็ต

เตือนระวังแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส ขึ้นหลายหาดภูเก็ตช่วงมรสุม เผยมีพิษร้ายถึงชีวิต แนะติดป้ายป้องกัน อย่าสัมผัสตัวแมง-กะพรุนรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้หลายหาดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้มีแมงกระพรุนที่มีพิษ โดยเฉพาะแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส ถูกคลื่นซัดเข้ามาบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก เช่น หาดในทอน หาดสุรินทร์ หาดกมลา รวมถึงหาดป่าตอง หลังจากช่วงนี้เกิดมรสุมคลื่นลมแรง

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จึงขอเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังตัวและอย่าไปสัมผัสแมงกะพรุนชนิดดังกล่าวเพราะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ขณะเดียวกันอยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขึ้นป้ายเตือนภัยเพื่อคอยเตือนนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

สำหรับแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส เป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก หากได้รับพิษในปริมาณสูง จะมีอาการช็อกและหัวใจล้มเหลวจนถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากพิษจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ ทั้งนี้หากได้รับพิษจะมีวิธีดูแลตนเองเบื้องต้น คือให้ใช้น้ำทะเลชะล้างเศษหนวดและเข็มพิษออกไปให้มากที่สุด

ห้ามใช้ “น้ำส้มสายชู” และ “น้ำจืด” ล้างแผลจากพิษแมงกะพรุนไฟหมวดโปรตุเกสโดยเด็ดขาด (แต่ในกรณีแมงกะพรุนกล่อง สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างแผลได้) สังเกตอาการผู้ได้รับพิษอย่างใกล้ชิด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง


สงบแล้ว เหตุนักโทษเผาคุกปัตตานี ดับ 3 เจ็บ 5-ยื่น 14 ข้อ ห้ามเอาผิดคนก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุจลาจลได้แล้ว กรณีนักโทษร่วม 300 คน ก่อเหตุเผาเรือนจำ จ.ปัตตานี ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ็บ 5 ราย ก่อนเรียกร้องข้อเสนอ 14 ข้อคุก-ใต้จากกรณีที่วานนี้ (15 กรกฎาคม 2559) เวลาประมาณ 17.20 น. เกิดเหตุนักโทษเรือนจำปัตตานี ก่อเหตุจลาจลเผาทำลายทรัพย์สินภายในเรือนจำ อาทิ โรงนอน และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ผู้คุมขัง จนเป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น (อ่านข่าว : นักโทษปัตตานี ก่อจลาจล-เผาทำลายทรัพย์สินเรือนจำ ดับแล้ว 1 ราย)

ล่าสุด (16 กรกฎาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ยุติลงแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่วางกำลังคุมเข้มทั้งในและนอกเรือนจำ พร้อมจับแยกนักโทษ 300 คน ที่ก่อเหตุไปอยู่ที่เรือนจำอื่นก่อน โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีนักโทษเสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน เป็นนักโทษ 3 คน เจ้าหน้าที่ 2 คน อาการปลอดภัยแล้ว

สำหรับข้อเรียกร้องจากผู้ต้องขัง มี 14 ข้อดังนี้

1. ไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำร้ายนักโทษที่ผิดวินัยเกินกว่าเหตุ
2. ห้ามย้ายนักโทษทุกคน3. ให้ย้ายผู้อำนวยการฯคนใหม่ออกจากเรือนจำพร้อม เจ้าหน้าที่ 7 คน
– นายสามารถ- นายสวัสดิ์- นายวิสิทธิ์- นายธวัชชัย (หมอ)- นายประชา- นายโชคชัย
– นายอารีย์ ดาราสันต์4. ให้หัวหน้าฝ่ายควบคุมคนเดิมกลับมา5. ให้ผู้ช่วยเหลือหัวหน้าคนงานเป็นผู้ช่วยเหลือมุสลิมทุกคน6. ขอให้ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่เป็นสามีภรรยาเจอกันอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
7. ขอให้ของฝากจากญาติเยี่ยมเข้าได้ตามปกติ8. ขอให้ทางเรือนจำเปิดข่าวสารให้นักโทษตามปกติ9. ขอให้เลื่อนชั้นผู้ช่วยเหลือนักโทษ 6 เดือนครั้ง และใส่ใจต่อผู้ต้องขัง10. ให้นำอาหารขึ้นเรือนนอนได้11. เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ต้องเอาผิดผู้ต้องขังทุกคน12. ไม่ให้ย้ายผู้ต้องขังแม้แต่คนเดียว13. จากรายชื่อที่เสนอข้อที่ 3 ให้ย้ายด้วย14. ขอให้หัวหน้าฝ่ายควบคุมคนเก่ารับรองเป็นสักขีพยาน


ท่องเที่ยว แก่งกระจาน กินลม ชมวิว

แก่งกระจาน หรือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่ง-กระจานแก่งกระจาน เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือ ยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เขื่อน-กระจานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกจากจะเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี มีลักษณะเด่นทางธรรมชาติ ได้แก่ ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และสัตว์ป่านานาชนิด จึงมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ดังนั้น ในช่วงฤดูฝน การท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่สะดวกในการเดินทางไปท่องเที่ยว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติสูง และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว จึงมีกำหนดปิดการท่องเที่ยวและพักแรม เฉพาะบริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้มีโอกาสฟื้นตัว


ตร.กรุงเก่าทลายแหล่งยาบ้า ถูกชาวบ้านปิดล้อมรุมทำร้าย

ตำรวจกรุงเก่าสนธิกำลังทหารบุกทลายแหล่งยาบ้า เมืองกรุงเก่า หลังถูกชาวบ้านปิดล้อม-ทำร้าย เข้มยันต้องเอาผิดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างบุก-จับยาเวลา 06.00น.เมื่อวันที่ 14 ก.ค. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สนธิกำลังทหารพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจค้นปูพรมในชุมชนใกล้กับวัดหน้าพระเมรุราชิการาม หมู่ 2 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา  ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ปรากฏว่าถูกกลุ่มชาวบ้านและวัยรุ่นกว่า 20 คนปิดล้อมชิงตัวผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิงหลบหนีไป โดยมีการใช้ไม้ขว้างปาเจ้าหน้าที่ เมื่อเย็นวันที่ 13 กค ที่ผ่านมา

สำหรับการตรวจค้นครั้งนี้  ทางเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางไปถึงชุมชนได้แยกย้ายกันเข้าไปตามบ้านที่ต้องสงสัยว่ามียาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มบ้านที่ก่อเหตุขัดขวางเจ้าหน้าที่ จากการตรวจค้นปรากฎว่าทุกหลังไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ 20 คน ซึ่งเป็นบ้านข้างเคียงที่อยู่ในเหตุการณ์ปิดล้อมเจ้าหน้าที่มาตรวจหาสารเสพติด ขณะเดียวกันยังคุมตัวนายฉัตรชัย

โตเฉลิม อายุ 35 ปี ชายซึ่งปรากฎในคลิปวีดีโอที่พยามวิ่งเข้าไปใช้ไม้และก้อนหินปาทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยถูกตั้งข้อหาขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่และทำร้ายเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่นายฉัตรชัยอ้างว่าตกใจคิดว่าเป็นแก๊งทวงหนี้  ด้านพ.ต.อ.ภัทรภัทร ระบุว่า การเข้าตรวจค้นดังกล่าวเป็นการปฎิบัติหน้าที่ในการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องแต่ถูกขัดขวาง ซึ่งก็ต้องดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนี จะมีการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป


มะกรูด ประโยชน์ของมะกรูด สมุนไพรหลากสรรพคุณคู่ครัวไทย

ประโยชน์ของมะกรูด และสรรพคุณมะกรูดมีมากมาย ทั้งช่วยเสริมความงามและบำรุงสุขภาพ อยากรู้ว่ามะกรูดดีอย่างไรมาดูกันเลยกรูด

มะกรูดเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะนำมาใช้ในการทำอาหาร ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงาม หรือแม้แต่นำมาปลูกเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้มะกรูดยังมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรมองข้าม เรามาทำความรู้จักกับเจ้าพืชสมุนไพรผิวขุรขระชนิดนี้กันให้ดีขึ้นกว่าเดิมดีกว่าค่ะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

มะกรูด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Kaffir lime, Leech lime, Mauritius papeda มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus x hystrix L. นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีชื่ออีกหลากหลายชื่อ อาทิเช่น มะขู (แม่ฮ่องสอน), มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ), ส้มกรูด ส้มมั่วผี (ภาคใต้) เป็นต้น เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูล ส้ม (Citrus) โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ลักษณะของมะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกันอยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอนๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน กว้าง 2.5-4 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซ๋นติเมตร ใบสีเขียวแก่พื้นผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนา มีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ ซึ่งผลแบบนี้เรียกว่า ผลแบบส้ม (hesperitium) ใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ

สรรพคุณมะกรูด กับคุณประโยชน์ทางยาที่ไม่ควรมองข้าม

มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่มีคุณประโยชน์ทางยามากมาย โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย มะกรูดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและต้านทานโรคหลายชนิดรวมทั้งมะเร็งบางชนิดด้วย นอกจากนี้มะกรูดยังมีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ อย่างเช่นเชื้ออีโคไล (E.coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ได้ ช่วยบำรุงประจำเดือน ขับระดู และมักเป็นส่วนผสมสำคัญในยาสตรีต่าง ๆ อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ส่วนต่าง ๆ ของมะกรูดยังมีประโยชน์อีกมากมายไปดูกันเลยค่ะ

รากมะกรูด

รากของมะกรูดมีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน และช่วยอาการเสมหะเป็นพิษ

ผิวมะกรูด

ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาหารนอนไม่หลับได้ โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับรากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อยแล้วนำมาต้มน้ำดื่ม
เป็นยาบำรุงหัวใจ โดนนำผิวมะกรูดฝานสดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับพิมเสนหรือการบูรชงในน้ำเดือดแล้วแช่ทิ้งไว้ จากนั้นนำมาดื่ม
ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำเปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกับน้ำเดือดแล้วเติมการบูรเล็กน้อย นำมาดื่มเพื่อแก้อาการ
ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้
ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนังโดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็นส่วนประกอบในการอบซาวน่าสมุนไพร


วิจิตรศิลป์’วัดร่องเสือเต้น’ ‘สีฟ้า’ฉาบความตระการตา

อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจช่วงสุดสัปดาห์ “วัดร่องเสือเต้น” ผสมผสาน “ร่มเย็น-สวยงาม” ทุกอณูถูกเนรมิต “วิจิตรศิลป์สีฟ้า” ฉาบลงด้วยความประณีต แม้สร้างเสร็จสมบูรณ์ไม่ถึง 5 ปีเต็ม 
วัดเหนือ-สวย

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หากใครไม่รู้ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนอยากขอแนะนำสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ผสมผสานกับความสงบร่มเย็นและความสวยงามวิจิตรตระการตา นั่นคือ “วัดร่องเสือเต้น” ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย แม้จะถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์มาไม่ถึง 5 ปีเต็ม แต่กลับสร้างความติดตรึงใจให้กับญาติโยมที่เข้ามากราบไหว้สักการะ ซึ่งวัดร่องเสือเต้นถูกปลูกสร้างและรังสรรค์ไปด้วย “สีฟ้าสดใส” สบายตา ฉาบลงบนความวิจิตรศิลป์ที่ประณีตทุกอณู จึงไม่แปลกใจถ้าวัดแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเป้าหมายของนักเดินทาง

สำหรับประวัติ “วัดร่องเสือเต้น” ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2539 และได้สร้างอุโบสถเมื่อวันที่ 9 พ.ย.48 หลังจากนั้นได้ทำการพัฒนาและสร้างเสนาสนะมากมายตามกำลังศรัทธา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.51 ได้ก่อสร้างองค์พระประธานสิงห์หนึ่ง ขนาดพระสูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยทีมงานช่าง นายพุทธา กาบแก้ว หรือ “สล่านก” ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ช่างปูนลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้สร้างวัดร่องขุ่นจนโด่งดังเลืองลือ ซึ่งศิลปะที่ใช้ก่อสร้างวัดร่องเสือเต้น เป็นศิลปะประยุกต์ จิตรกรรมที่เป็นภาพวาดบนฝาพนังเป็นภาพวาดที่เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ โดยใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า 

จากนั้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค.53 เป็นวันที่บรรจุหัวใจพระเจ้า มีองค์พระรอดลำพูน 84,000 องค์ และแก้วแหวน เงินทอง หลายสิ่งใต้ฐานพระพุทธรูป อนึ่งได้รับพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริญายก บรรจุที่พระเศียรองค์พระประธาน และได้รับพระราชทานนามองค์พระประทานว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” ซึ่งมีความหมายว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นมงคล เป็นเจ้าในความเป็นแห่งพระราชา เป็นที่พึ่งในสามโลก”
กระทั่งพอตกแต่งองค์พระพุทธรัชมงคลบดี ตรีโลกนาถ เป็นองค์พระสีขาวมุข ทำให้ถือได้ว่าสร้างเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 25 ส.ค.54  ใช้งบประมาณในการสร้างทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท