แนะนำ สูตรการเล่นบาคาร่า ให้ได้เงินแน่ะนอน 100%

 

บาคาร่า

 

สูตรการเล่นบาคาร่า ที่มีให้ได้ศึกษาและนำไปทดลองใช้สำหรับเล่นเกมส์ บาคาร่าออนไลน์ ในปัจจุบันมีมากมายหลายสูตร ทั้งนี้ก็เพราะ บาคาร่า เป็นเกมส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเกมส์คาสิโนเกมส์อื่น ๆ และยังเป็นเกมส์ที่มีให้บริการในทุกคาสิโน จึงทำให้มีผู้คิดค้น สูตรเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน เพื่อหวังจะกอบโกยรายได้จากการเล่น อย่างไรก็ตามไม่มี สูตรการเล่นบาคาร่าให้ได้เงินสูตรไหนที่แน่นอนตายตัว เพราะในการเล่นเดิมพันจริง ๆ จะอาศัยเพียงแค่สูตรอย่างเดียว คงไม่สามารถทำเงินได้ ต้องอาศัยประสบการณ์และการปฏิบัติตัวของผู้เล่นเองด้วย จึงจะทำให้ สูตรการเล่นบาคาร่า นั้นประสบผลสำเร็จมากที่สุด

    royal1688 สูตรการเล่นบาคาร่า ที่จะนำมาแนะนำกันในบทความนี้ เป็น สูตรเด็ดบาคาร่า ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฝั่งยุโรป และเป็น สูตรการเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน ที่รับรองว่าได้ผล 100% เราเรียกสูตรนี้ว่า 1 3 2 4 System ซึ่งจะเลือกวางเดิมพันแบบฝั่งเดิมทั้งหมด 4 ตา โดยมีวิธีการใช้ สูตรบาคาร่า ดังนี้

1. เลือกใช้สูตรเดินเงินบาคาร่าแบบ 1 , 3 , 2 , 4 ยกตัวอย่างเช่น กำหนดให้ 1 หน่วย = 100 บาท ดังนั้น step การเดินเงินจึงเป็น 100 >> 300 >> 200 >> 400 เป็นต้น หลักการเดินเงินตาม สูตรการเล่นบาคาร่า วิธีนี้คือ ถ้าชนะเกมส์ ให้เพิ่มเงินเดิมพันตาม step แต่ถ้าแพ้ ให้กลับไปเริ่มต้นที่ 1 หน่วยใหม่ เช่นเดียวกันกับเมื่อเล่นครบทั้ง 4 step ก็ให้กลับไปเริ่มต้นที่ 1 หน่วยเช่นเดียวกัน

2. เลือกโต๊ะบาคาร่าที่จะเข้าเล่น โดยเลือกโต๊ะที่ไพ่ออกยาวสุดไม่เกิน 3 – 4 ตัว และควรเลือกโต๊ะที่มีการเล่นไปแล้วประมาณ 10 – 15 ตา เมื่อเลือกโต๊ะที่จะเล่นได้แล้ว ให้คอยสังเกตุไพ่สักพักก่อนค่อยเล่น

3. เมื่อไพ่เริ่มมีการออกติดกัน 3 ตา ตาต่อไป ให้เริ่มวางเดิมพันทันที โดยให้วางเดิมพันในฝั่งตรงข้ามกับฝั่งที่ออกกก่อนหน้านี้ เช่น จากรูปตัวอย่าง เข้ามาที่โต๊ะตอนเริ่มเล่นได้ 9 ตา สังเกตุว่า ไพ่ออกฝั่ง Banker ไปแล้ว 2 ตา จึงรอสังเกตุไพ่ก่อน ปรากฏว่าตาที่ 10 ไพ่ออกฝั่ง Banker เมื่อถึงตาที่ 11 ให้เริ่มวางเดิมพันทันที โดยวางเดิมพันในฝั่ง Player ด้วยเงิน 100 บาท ปราฏกว่า ชนะ ตาที่ 2 ก็ให้วางเดิมพันเพิ่มเป็น 300 บาท ก็ชนะอีก ตาที่ 3 วางเดิมพันไป 200 บาท ก็ชนะอีก ตาที่ 4 วางเดิมพันไป 400 บาท ปรากฏว่าออก Tie Game จึงได้เงินเดิมพันคืน แสดงว่าในรอบนี้ ได้กำไรมา 100 + 300 + 200 = 600 บาท

4. หลังจากที่เล่นครบทั้ง 4 step แล้ว แนะนำให้รอดูไพ่ก่อนอีกสักพัก เมื่อเจอรูปแบบไพ่แบบเดิมจึงค่อยเริ่มวาง แต่ถ้าไม่เจอรูปแบบไพ่ที่ไม่คุ้นเคย หรือรูปแบบไพ่ที่ไม่มั่นใจ ก็ไม่แนะนำให้เล่น

5. จากรูปตัวอย่าง หลังจากที่รอดูไพ่มาสักพัก ก็เจอรูปแบบไพ่ที่ตรงตามรูปแบบที่จะเล่น โดยรอบนี้จะเริ่มเล่นในคอลัมน์ที่ 14 ตามรูป เมื่อ Player ออกไปแล้ว 3 ตัว จึงเริ่มวางเดิมพันทันที โดยเริ่มต้นวางดิมพันฝั่งตรงข้ามทันที คือ Banker ด้วยเงิน 100 บาท ปรากฏว่าแพ้ เพราะไพ่ออก Player ตาต่อมาก็วางเดิมพันที่ฝั่ง Banker เหมือนเดิมด้วยเงินจำนวน 100 บาทเท่าเดิม ตามหลักการเดินเงิน ปราฏกว่า ชนะ ตาที่ 3 ก็ให้วางเดิมพันเพิ่มเป็น 300 บาท ก็ชนะอีก ตาที่ 4 วางเดิมพันไป 200 บาท ก็ชนะอีก และเมื่อดูตามตารางสถิติจะพบว่าออกฝั่ง Baker ครบ 3 ตาแล้ว จึงแนะนำให้หยุดเล่นทันที และในรอบนี้ ได้กำไรมา -100 + 100 + 300 + 200 = 500 บาท

6. เมื่อนำยอดเงินกำไรของทั้ง 2 รอบการเล่นมารวมันจะพบว่า ในการเล่นเดิมพันในครั้งนี้ เราสามารถทำกำไรได้ถึง 1,100 บาทเลยทีเดียว และสำหรับผู้ที่มีกำลังทรัพย์ในการเล่นก็อาจจะเพิ่มจำนวนในแต่ละหน่วยก็ได้ เช่น อาจจะเพิ่มเงินจากหน่วยละ 100 บาท เป็น 500 บาท หรือ 1,000 บาทก็ได้

สำหรับ สูตรการเล่นบาคาร่า ที่ได้แนะนำไปข้างต้นนั้น เป็นอีกหนึ่งสูตรการเล่นที่จะช่วยให้สามารถทำเงินจากการเล่นบาคาร่าออนไลน์ได้ ซึ่ง สูตรเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน จะได้ผลหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับปฏิบัติของผู้เล่นด้วย เพราะถ้าเล่นได้กำไรแล้วไม่รู้จักพอ ต่อให้มี สูตรการเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน ที่แม่นยำขนาดไหน ก็หมดตัวอยู่ดี แต่ถ้ารู้จักการวางแผนการเล่นที่ดี รู้จักระงับความอยากของตัวเองได้ ยังไงก็สามารถทำกำไรจากการเล่นบาคาร่าได้อย่างแน่นอน

 


ไม่พอขาย! ‘ทุเรียนหนองเสือ’ รสชาติสุดเลิศชาวบ้านแห่ซื้อถึงหน้าสวน

‘ทุเรียนหนองเสือ’ รสชาติสุดเลิศออกแล้วประชาชนแห่ซื้อถึงสวนผลผลิตไม่พอขาย

วันนี้ 20 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสุพจน์เลขที่ 9/8 ม.7 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสวนทุเรียนหนองเสือที่ขึ้นชื่อของอำเภอหนองเสือ ซึ่งมีนายสุพจน์ ตันพิชัย อายุ 48 ปี ที่ปลูกไว้กว่า50ไร่ ซึ่งล้วนเป็นทุเรียนหมอนทองขึ้นชื่อและเป็นผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอหนองเสือ มีประชาชนแห่เดินทางมาซื้อทุเรียนจากสวนกันอย่างคับคั่งไม่ขาดสาย
นายสุพจน์ ตันพิชัย เจ้าของสวนเปิดเผยว่า ปีนี้ทุเรียนติดผลไม่ค่อยน่าพอใจเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง บางต้นแทบไม่ติดลูกเลย แต่ปีนี้ได้ผลผลิตเยอะกว่าปีที่แล้วทุเรียนที่ปลูกไว้ทั้งหมดเป็นทุเรียนหมอนทอง ซึ่งทุเรียนหมอนทองหนองเสือจะมีความแตกต่างไปจากที่อื่นๆตรงที่ จะมีความหวานมันเนื้อทุเรียนละเอียดกว่าจากแหล่งเพราะปลูกที่อื่น โดยจำหน่ายดิบในราคากิโลกรัมละ130บาท ซึ่งตอนนี้ผลผลิตออกไม่พอขายซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าๆที่มาซื้อโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งสินค้าที่ซื้อไปรับประกันหากเสียทางตนเองยินดีเปลี่ยนลูกใหม่ให้ทันที

ขณะที่สวนนายธีรธนัตถ์ ตันพิริยชัย อายุ46ปี เลขที่19/1ม. 3 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกสวนหนึ่งที่มีทุเรียนทั้งหมอนทอง และทุเรียนก้านยาว มังคุด ขนุน ซึ่งมีผลผลิตออกจำหน่ายมีประชาชนเดินทางมาซื้อผลไม้ไปจำหน่ายและไปฝากคนที่รู้จักสนิทสนมอย่างคึกคักเพราะเป็นผลไม้ที่ซื้อตรงจากสวนและไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

โดนนายธีรธนัตถ์ เจ้าของสวนเปิดเผยว่า พื้นที่130ไร่ มีผลไม้นาๆชนิดปลูกไว้โดยเฉพาะทุเรียน มังคุดและอีกมากมาย ที่ออกผลผลิตพร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้า หากผู้ที่สนใจก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อและทดลองชิมได้ที่สวนด้วยตัวเอง รวมทั้งยังมีต้นสายพันธ์ทุเรียนจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย


สลด! น้ำท่วมเมืองเลยสังเวย 1 ศพทหารยศสิบเอก

18

เหตุน้ำท่วมเมืองเลยสังเวยแล้ว 1 ศพ ทหารยศส.อค่ายศรีสองรัก วัย 24 ปี ถูกกระแสน้ำพัดจมหาย

พ.ต.ต.เรืองยศ ภูดานุ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งจากนายอัศวิน หินเธาร์ ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง อ.เมืองเลย ว่ามีคนจมน้ำที่บ้านท่าบุ่ง ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย เมื่อรับแจ้งประสานไปยังแพทย์จาก รพ.เลย กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จ.เลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยังที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตชื่อ ส.อ.บุญพิทักษ์ ประทุมรัตน์ อายุ 24 ปี สังกัดวงดุรุยางค์มทบ.28 ค่ายศรีสองรัก จ.เลย

จากการสอบสวน นายสุทธิเกียรติ สิงห์อุดม อายุ 24 ปี เล่าว่า ตนเองพร้อมด้วย สอ.บุญพิทักษ์ ประทุมรัตน์ ผู้ตาย ไปเอารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่จมน้ำอยู่ที่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งตั้งแต่เมื่อวาน ขณะเดินไปที่บ่อกุ้งติดแม่น้ำเลย น้ำไหลแรงมากจนถูกกระแสน้ำพัดพาร่างจมหายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนตนเองรอดมาได้ จนกระทั่ง จนท.กู้ภัยมาช่วยจนสามารถงมหาร่าง ส.อ.บุญพิทักษ์จมใต้น้ำในสภาพที่เสียชีวิตแล้ว นำร่างส่ง รพ.เมืองเลย ประสานติดตามหาญาติต่อไป


เมียหลวงขับฟอร์จูนเนอร์ส่งทนายเจรจา เผยยังตกลงกันไม่ได้

เมียหลวงขับฟอร์จูนเนอร์ส่งทนายเจรจายังตกลงไม่ได้นัดเจรจาอีกครั้งวันที่ 25 พ.ค. นี้

จากกรณีที่ภรรยาหลวงติดตั้งตัวติดตามสัญญาณGPS ไว้กับรถยนต์เบนซ์ของผู้เป็นสามี แล้วขับติดตามจนพบว่าสามีมากับสาวจึงขับรถยนต์โตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์พุ่งชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ผู้อื่นได้รับความเสียหายหลายคัน โดยเหตุเกิดบริเวณถนนรังสิต–นครนายก ช่วงสะพานคลอง 4 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เวลา16.00 น.ของวันที่ 13 พ.ค.2560

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.อทิชา ทองนันไชย อายุ35ปี ผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์สีดำ แจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ขับขี่รถโดยประมาททำให้มีทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีการนัดเจรจาตกลงค่าเสียหายกันในวันที่ 20 พ.ค.2560 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้เข้าพบ พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ. ธัญบุรี เพื่อตกลงเจรจาค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์สีดำที่เป็นต้นเหตุได้ส่งทนายมาร่วมในการเจรจาตกลงค่าเสียหาย ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะไม่สามารถตัดสินใจในการเจรจาได้

น.ส.สุพรรษา ไพศาล อายุ 31 ปี 1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บที่นั่งมากับรถเก๋งโตโยต้าอแวนซ่า ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีผู้ได้รับบาดเจ็บในรถรวม3คน รวมทั้งแฟนที่มีแผลฉีกขาดที่หน้าผากเย็บ18เข็ม เปิดเผยว่า ค่าเสียหายที่ตนเองต้องการให้คู่กรณีชดใช้คือ การรักษาพยาบาลต่อเนื่องที่นอกเหนือจากวงเงินดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บของ พ.ร.บ.รถยนต์

รวมถึงค่าเดินทางไปกลับในการทำงานเพราะรถยนต์ได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน แต่ยังไม่ได้พูดถึงค่าทำขวัญเพราะหลังเกิดเหตุมาทางผู้ขับขี่ที่เป็นต้นเหตุก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อยู่แล้วตนเองจึงยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งในวันนี้คู่กรณีไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยจึงไม่สามารถตกลงอะไรกันได้เพราะต้องใช้การเจรจาผ่านทนาย และจะมีการนัดเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค.2560 นี้ที่ สภ.ธัญบุรี

ทั้งนี้สำหรับรถยนต์โตโยต้าอแวนซ่า ที่ตนเองนั่งมาด้วยโดยมีน.ส.สุคนธ์ กาละสังข์ อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่นั้นทางบริษัทวิริยะประกันภัยจะรับผิดชอบในส่วนของการซ่อมแซมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนคันอื่นนั้นตนเองไม่ทราบซึ่งรับฟังจากทางพนักงานสอบสวนเจ้าของดคีว่าภายในเดือนนี้จะสามารถสรุปสำนวนแล้วเสร็จ


198 วัน ปชช.เข้ากราบพระบรมศพกว่า 7.12 ล้านคน เงินทำบุญ 564 ล้านบาท

ประชาชนเดินทางเข้ากราบพระบรมศพต่อเนื่อง ยอดรวม 198 วัน กว่า 7.12 ล้านคน เงินทำบุญ 564 ล้านบาท

บรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ล่าสุด ประชาชนเดินทางเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อย่างเข้มงวด ด้านจุดร่วมด้วยช่วยกันบริการประชาชน ได้เปิดบริการตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยคอยบริการน้ำดื่ม ปฐมพยาบาล และให้ข้อมูลกับประชาชน
ขณะที่ทางสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 22,375 คน รวม 198 วัน มี 7,124,091 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,357,150 บาท รวม 197 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 564,552,939.01 บาท


ผักบำรุงสมอง


ผู้เขียนเชื่อว่ามีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่กำลังรู้สึกหนักใจอยู่ว่าทำไมลูกถึงไม่ชอบกินผัก อาจเป็นเพราะผักมีรสชาติที่จืดชืดและผักบางชนิดก็มีรสชาติที่ขม ซึ่งเป็นรสชาติที่ไม่ถูกใจเด็ก แต่เนื่องจากผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายเพราะอุดมไปด้วย ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ซึ่งช่วยในการบำรุงสมองเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามสรรหาวิธีการที่จะทำให้ลูกหันมากินผักให้ได้
เด็กควรเริ่มกินผักตั้งแต่อายุเท่าไหร่และผักชนิดใดเหมาะกับวัยของเด็ก โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกเริ่มกินผักได้ตั้งแต่อายุ 3 – 5 เดือน
ผักที่เหมาะกับเด็ก
1. ผักที่มีรสชาติหวาน ได้แก่ ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน บร็อกโคลี แครอท ถั่วแขก
2. ผักที่มีรสชาติไม่ขม ได้แก่ ผักบุ้ง ใบตำลึงอ่อน กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี บวบ
โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถนำผักมาผสมกับอาหารชนิดอื่น ยกตัวอย่างเช่น น้ำซุปกระดูกไก่ ใส่ไก่สับ ใบตำลึงอ่อนและแครอทหั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้เด็กชอบและคุ้นเคยกับการกินผัก นอกจากนี้ ผักที่นำมาประกอบอาหารให้กับลูกนั้นควรเป็นผักที่สด สะอาด ปลอดจากสารพิษ
ทำอย่างไรให้ลูกชอบกินผัก
1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี คุณผู้อ่านจะสังเกตได้ว่าในแต่ละครอบครัวมักจะมีเมนูโปรดของสมาชิกในครอบครัวที่เหมือนๆ กัน ซึ่งถ้าหากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนไม่ชอบกินผัก เด็กๆ ก็จะซึมซับและเกิดการเลียนแบบไม่ชอบกินผักตามอย่างคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย ดังนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกๆชอบกินผัก คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องกินผักให้ลูกดูเป็นตัวอย่างบ่อยๆ อีกทั้งมีอาหารจานผัก เช่น ผัดผัก แกงจืดผัก น้ำพริกผัก ขึ้นโต๊ะอาหารของครอบครัวอยู่เป็นประจำ
2. ปรุงอาหารผักให้ถูกปากลูก คุณพ่อคุณแม่สามารถคิดเมนูอาหารใส่ผักที่ถูกปากลูกได้ไม่ยาก เช่น ผักชุบแป้งทอด โดยผักที่นำมาทอด เช่น แครอท ถั่วฟักยาว แล้วนำมาจิ้มกับซอสมะเขือเทศ ซึ่งถือเป็นเมนูโปรดของเด็กเลยทีเดียว หรือหั่นหัวหอม แครอท มะเขือเทศ ชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในข้าวผัด หรือไข่เจียวใส่ข้าวโพด ซึ่งเมนูที่ยกตัวอย่างมานั้นนับว่าเป็นเมนูอาหารผสมผักที่ถูกปากเด็กๆ เป็นอย่างมากทีเดียว
3. ชวนลูกเข้าครัว คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกชอบกินผักโดยการชวนให้ลูกมาทำอาหารสูตรเมนูที่มีผักด้วยกัน เช่น ผัดผักรวม โดยคุณพ่อคุณแม่เตรียมผักไว้หลายชนิด เช่น ข้าวโพดอ่อน บร็อกโคลี แครอท เห็ด แล้วให้ลูกช่วยล้างและเลือกผักที่ตนเองชอบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ปรุงและผัดลงในกระทะ ซึ่งการที่เด็กได้มีส่วนร่วมในการประกอบอาหารนี้จะทำให้เด็กมีความรู้สึกสนใจที่อยากจะกินผักมากยิ่งขึ้น
หากคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดีในการกินผัก ปรุงอาหารผักได้อร่อยถูกปากลูก อีกทั้งชวนลูกเข้าครัวทำอาหารเมนูผักด้วยกัน เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าลูกรักจะชอบกินผักได้ไม่ยากเลย


อย่ามองข้าม “โรควัณโรคปอด”


โรควัณโรคปอด เป็นโรคติดต่อและแพร่เชื้อกันได้ง่ายมาก การดูแลผู้ป่วยและคนใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดโอกาสการติดต่อไปยังผู้อื่น จะมีวิธีป้องกันอย่างไรนั้น เรามาทำความรู้จักกัน
วัณโรคติดต่อได้ทางการหายใจ จากการติดเชื้อโรคที่เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โดยการสูดหายใจเอาฝอยละอองเสมหะที่ผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อปล่อยออกมาจากการไอ จาม พูด หัวเราะ หรือร้องเพลง ซึ่งเชื้อสามารถ อยู่ในอากาศได้นานหลายชั่วโมง
ส่วนใหญ่มักเกิดโรคที่ปอด แต่ก็พบที่อวัยวะอื่นได้ เช่น ต่อมน้ำเหลือง หรือกระดูก ซี่งผู้ป่วยจะได้รับเชื้อจากคนใกล้ชิดในครอบครัว หรือในที่สาธารณะจากผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อรายอื่น กลุ่มคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี หรือไตวายเรื้อรัง เมื่อได้รับเชื้อจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้มากกว่าคนปกติหลายเท่า
ผู้ป่วยวัณโรคปอดจะมีอาการไอโดยมีเสมหะหรือไม่ก็ได้ บางรายจะไอเป็นเลือดได้ มักจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือมีไข้ร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการของวัณโรคนอกปอดไปพร้อมกัน เช่น มีก้อนที่คอ หรือปวดกระดูก ดังนั้นถ้าท่านมีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 2 สัปดาห์ ร่วมกับมีอาการอื่น ๆ ดังที่กล่าวไปแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และทำการตรวจค้นหาในกรณีที่เข้าข่ายเป็นวัณโรคได้ โดยการเอกซเรย์ปอดร่วมกับการตรวจหาเชื้อวัณโรคจากเสมหะ
เมื่อวินิจฉัยวัณโรคปอดได้แล้ว แพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้กินยาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งถ้าเชื้อไม่ดื้อยา และผู้ป่วยกินยาสม่ำเสมอ จะหายขาดเกือบทั้งหมด แต่ในรายที่มีภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือ มีโรคเรื้อรังรุนแรงอยู่เดิม เมื่อหายแล้วต้องคอยรักษาสุขภาพ และโรคที่มีอยู่เดิมให้ดี เพื่อป้องกันการกลับเป็นวัณโรคซ้ำได้
เนื่องจากโรคนี้ติดต่อแพร่เชื้อกันได้ง่ายมาก จึงควรระวังเป็นพิเศษ สำหรับผู้ป่วยควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด โดยการกินยาให้ครบ ไม่หยุดยาเองเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เชื้อดื้อยาได้ เวลาไอจามต้องปิดปากและจมูกให้มิดชิด ถ้ามีเสมหะต้องบ้วนใส่ภาชนะที่มิดชิด แล้วเททิ้งในโถส้วม การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะและพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว คนที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุราอยู่ก็ต้องงดด้วย เพื่อให้โรคหายขาดได้ดีขึ้น ส่วนผู้ใกล้ชิดควรช่วยดูแลให้ผู้ป่วยกินยาอย่างสม่ำเสมอ และช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีแสงแดดส่องถึง ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยในระยะใกล้ชิด
ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการกินยา หรือถ้าผู้ป่วยยังไอมากอยู่ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ววัณโรคปอดไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายหรือรักษาไม่หาย จึงไม่ควรรังเกียจผู้ป่วยวัณโรค อีกทั้งต้องรักษาสุขภาพโดยทั่วไปให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด เพื่อไม่ให้วันหนึ่งต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยวัณโรค


12 ข้อคิด ‘แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีสุข’


สักกี่คนที่อายุ 78 ปีแล้วจะสดชื่น เบิกบานทั้งกายใจ อย่างที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินชีวิตอยู่ในเวลานี้ นอกจากชีวิตนี้จะไม่เคยมีคำว่า “เกษียณ” อุทิศตัวทำงานอาทิตย์ละ 7 วันแล้ว ในวันนี้ของ ดร.สุเมธ ยังคงแอ็กทีฟ กระฉับกระเฉง แถมยังเดินป่าไหว จนหลายๆ คนอดถามไม่ได้ถึงเคล็ดลับการใช้ชีวิต และนี่คือ 9 เคล็ดลับดีๆ ของการ “แก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข” จาก ดร.สุเมธ
1.อย่าลืมเอาจิตไปพักผ่อนบ้าง
หลายคนเมื่อเกษียณแล้ว มักใช้เวลาหาแต่ความสุขทาง “กาย” พากายไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปสูดอากาศ ไปกินอาหารดีๆ แต่กลับละเลยไม่คิดที่จะเอาจิตไปพักผ่อน ทั้งที่กายกับจิตนั้นสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อกัน ดร.สุเมธ บอกว่า โดยส่วนตัวทุกครั้งที่มีจังหวะได้พักผ่อนเว้นวรรคชีวิตนานๆ จึงมักถือโอกาสเอาจิตไปพักด้วยการบวช ครั้งล่าสุด บวชตอนอายุ 65 เป็นพระสายวัดป่าอยู่ที่สกลนคร
2.ใช้ชีวิต อย่างมี “สติ”
ไม่ว่าจะเป็นการมีสติในการกิน แทนที่จะกินตามใจปาก สนองความอยากของตัวเอง แล้วต้องให้หมอจ่ายยาลดไขมัน ลดน้ำตาล ทำไมเราไม่ลองหันมาลดที่ “ปาก” ของตัวเอง ด้วยการใช้สติในการพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลทุกครั้งในการกิน
3.น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยมี “เหตุผล” เป็นเครื่องนำทาง
เหตุผลเป็นผลผลิตของปัญญา ดังนั้น จึงต้องรักษาศีลเสียก่อน และมีสติ สมาธิ ผลสุดท้ายจะทำให้เกิดการพิจารณาโดยใช้ปัญญาเป็นที่ตั้ง เมื่อดำเนินทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผล ก็จะเกิดความพอเพียง
4.ฝึกการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ด้วยหลัก “ทาน” ของทศพิธราชธรรม
เกษียณแล้ว อย่าเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ แต่ให้พยายามหาเรื่องช่วยคนโน้นคนนี้ เท่าที่ร่างกายของเราจะทำได้ รักษาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
5.ฝึกระลึกถึง “มรณานุสติ”
ใครๆ ก็ตายได้ ไม่ว่าใครก็ต้องเจอความตายเท่าเทียมกันหมดทุกคน เมื่อมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา จะทำให้เรานิ่งกับความตาย
6.อยู่อย่างสง่า ตายอย่างสงบ
ตอนมีชีวิตอยู่ต้องมีความสง่างามในตัวเอง ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ใครเห็นก็ให้ความเคารพนับถือ และเมื่อถึงเวลาตายก็ตายอย่างสงบ อย่าไปกลัวความตาย จะยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อตายแล้วเกียรติยศเงินทองสะสมไว้แค่ไหนก็ต้องส่งคืนหมด สิ่งเดียวที่เหลือไว้ คือ ความเป็นตัวตนของเรา ถ้าประกอบคุณงามความดีไว้คนก็ยังนึกถึง แต่ถ้าประกอบความชั่วไว้มาก คนก็ยังด่าทอไปจนถึงลูกหลาน
7.ร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น
คาถาที่ว่านี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเสมอ เพราะจิตเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา มองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก จึงจะสามารถทำงานได้สำเร็จรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อตัวเราร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศรอบตัว คนรอบข้างที่อยู่กับเราก็รื่นเริงไปด้วย
8.อักโกธะ หรือ ความไม่โกรธ
เป็นอีกหลักข้อหนึ่งในทศพิธราชธรรม เพราะเมื่อโกรธแล้ว มักจะเสียหายหากคุมอารมณ์ไม่อยู่ในเรื่องไร้สาระ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องมากระทบใจ แค่ลองพลิกอารมณ์มองให้เห็นเป็นเรื่องสนุกๆ เท่านี้ทุกอย่างก็จบ
9.อวิโรธนะ คือ การดำรงอยู่ในความถูกต้องเสมอ
เป็นหลักทศพิธราชธรรมที่ต้องรักษาให้มั่น หากอย่างปฏิบัติตามในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยึดหลักธรรมะที่ต้องมีทั้งสองอย่าง คือ ทั้งความดีและความถูกต้อง เพราะบางอย่างดีแต่ไม่ถูกต้อง บางอย่างถูกต้องแต่ไม่ดี การกระทำของเราต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เป็นธรรมหรือเปล่า นั่นคือ ดีและถูกต้องหรือเปล่า
10.รักษากายและจิต
ผู้สูงอายุต้องรักษากายให้ดี เพราะเงินทองไม่มีประโยชน์ เอาแค่พอเพียงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ที่เหลือเป็นส่วนเกินที่เราไม่ได้ใช้ เรื่องจิตก็สำคัญเช่นกัน ต้องโปร่งใส อย่าไปขุ่นมัวโดยที่ไร้ประโยชน์ คำนึงไว้ว่า เวลาอยู่ในโลกนี้สั้นแล้ว ดังนั้น อย่าเสียเวลาเป็นทุกข์ แต่ให้ Enjoy last minute
10.อย่าหยุดทำงาน
เกษียณแล้ว อย่าเอาแต่นั่งๆ นอนๆ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดทำงาน ร่างกายของเราก็จะหยุดตามลงไปด้วย เหมือนรถที่จอดเฉยๆ สตาร์ตไม่ติด ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งว่า อย่าหยุดด้วยจิต และกายก็อย่าหยุดด้วย ทำให้ ดร.สุเมธ ยังคงทำงานทุกวัน ส่งผลให้แข็งแรงจนถึงวันนี้
11.ใช้ชีวิตโดยรักษาความเป็นธรรมดาเอาไว้
อย่ายึดติดยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ให้ทำชีวิตอยู่อย่างธรรมดา เรียบๆ ง่ายๆ เพราะจะยิ่งใหญ่มาจากไหน เกษียณแล้ว ทุกอย่างสูงสุดคืนสู่สามัญ ไม่ต้องเป็นวีไอพีหรอก เพราะจะเป็นวีไอผีอยู่แล้ว
12.ยึดถือคำว่า “ประโยชน์สุข” เป็นเป้าหมายของชีวิต
อะไรไม่มีประโยชน์อย่าทำ อย่าคิดทำ ให้ทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ผลสุดท้ายสิ่งที่เราจะได้รับคือความสุข
แง่คิดดีๆ จาก ดร.สุเมธ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าและความสุขในชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอายุ แต่อยู่ที่ไลฟ์สไตล์และหัวใจที่ไม่มีคำว่าเกษียณ
… ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สูงวัยอย่างมีคุณค่า น้อมพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานประชุมวิชาการประจำปีที่ประชุมผู้บริหารองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ (ทอพ.) “ประชารัฐร่วมใจ สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ”


ฟังคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 อ้างฝ่ายหญิงเล่นด้วย ย้ำไม่ได้รุมโทรม

เปิดคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กหญิง 14 ปี รับเข้าไปคุยเห็นมีท่าทีเล่นด้วยจึงชวนไปมีเพศสัมพันธ์ ย้ำไม่ได้ รุมโทรม-ข่มขืน เผยผู้เสียหายเลือกที่ร่วมหลับนอน
จากกรณีคดีรุมโทรมเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่พื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม โดยตอนแรกมีแค่ นายไก่ ที่ถูกจับกุมคนเดียว ก่อนที่ต่อมาจะมีเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายสุนัย บุญแป้น หรือ เจ และนายธนวัฒน์ กำแหงคุมพล หรือ มิ้ง ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์ ซึ่งมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วนั้น (อ่านข่าว : คุมตัว 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 ทำแผนฯ ยันไม่ได้รุมโทรม บอกน้องเลือกที่เอง)
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวสองผู้ต้องหาไปที่ร้านเกม พี เอ็นพี บริการ ในตลาดด่านช้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.และตำรวจ สภ.ด่านช้าง กว่า 50 นาย คุ้มกันเพราะเกรงว่าจะถูกประชาชนรุมประชาทัณฑ์
ด้านผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุมาที่ร้านมาประมาณ 01.00 น. โดยผู้เสียหายนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนบริเวณหลังร้านเกม ต่อมาได้เข้าไปพูดคุยจีบ โดยฝ่ายหญิงมีท่าทีเล่นด้วย ก่อนจะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการรุมโทรม เพราะเกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน โดยผู้เสียหายยินยอมเองด้วย นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเลือกจุดที่ใช้เป็นที่หลับนอนภายในร้านเกม ทั้งนี้ไม่ได้มีการบังคับข่มขู่แต่อย่างใด
ล่าสุด พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจสุพรรณบุรี คุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุรุมโทรมได้แล้ว 4 ราย เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี 2 ราย และคุมตัวเยาวชน 2 ราย โดยแจ้งต่อศาลเยาวชนฯ แล้วทั้ง 4 คน ฐานร่วมกันโทรมหญิง และพรากผู้เยาว์ ซึ่งกรณีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีของ นายไก่ ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า นอกจาก 4 คนนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวน ปคม. ได้ขออนุมัติหมายจับ อีก 1 ราย ฐานค้ามนุษย์ และกำลังติดตามตัว ส่วนที่มีการกังขาว่ามีลูกอดีตนายตำรวจร่วมก่อเหตุ แล้วจะทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลใด ๆ มาทำให้คดีผิดเพี้ยนได้ ส่วนที่เกิดก่อนนี้ตนได้สั่งการให้แก้ไข ทำให้ถูกต้องแล้ว คดีนี้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม


หมิว ลลิตา เปิดใจครั้งแรก!! หลังหย่าสามี จบชีวิตคู่ 16 ปี


นักแสดงสาวรุ่นใหญ่ “หมิว ลลิตา” ออกมาเปิดใจแบบละเอียดยิบเป็นครั้งแรก ในงานบวงสรวงละคร “ล่า” ถึงสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเธอและสามี “ก้อง พ.ต.ท.นรบดี ศศิประภา” หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวออกมาในทำนองว่า ทั้งคู่ได้ตัดสินใจจรดปลายปากกาเซ็นต์ใบหย่าอย่างเงียบๆ ปิดฉากชีวิตรัก 16 ปี ไปเมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา

ซึ่งงานนี้นอกจาก “หมิว ลลิตา” จะออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวชีวิตรักและบทสรุปความสัมพันธ์ระหว่างเธอและสามีแล้ว เจ้าตัวก็เผยถึงสภาพจิตใจของตัวเองด้วยว่า ตอนนี้โอเคดีและขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากสำหรับกำลังใจที่มอบให้…

ก่อนอื่นเลยต้องขออนุญาตถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ?
“ตรงนี้ก็จบไปแล้วนะคะ ก็แบบที่ทราบกันตอนนั้น และก็ไม่ได้อยากที่จะพูดอะไรมากเพราะว่ามันก็เป็นเรื่องส่วนตัว และก็เป็นเรื่องของครอบครัว อีกอย่างมันเกี่ยวเนื่องกับคนอื่นด้วย และถ้าเกิดพี่มาพูดคนเดียวมันก็อาจจะไม่ดีนะคะ ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นไปตามที่ทราบกันแบบนั้นละกันค่ะ”

สภาพจิตใจของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“โอเคค่ะ ขอบคุณมากๆ (ยิ้ม)”

หลายคนค่อนข้างช็อคกับข่าวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ?
“ก็…ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ตกใจแต่ว่าเราก็เลือกแบบนั้นแล้ว ก็คิดว่าตอนนี้เราอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขดีกว่า และก็ช่วยกันเลี้ยงลูก”

หลายคนสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราตัดสินใจแบบนั้น เพราะคู่เราก็ใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายสิบปี ?
“อันนี้ เอ่อ…ไม่อยากที่จะเข้าไปถึงจุดๆ นั้นแล้วอ่ะค่ะ ก็ขอโทษด้วยนะคะ ขออนุญาตนะคะ”

สำหรับเรื่องการเลี้ยงลูกเราสองคนตกลงกันไว้ว่ายังไง ?
“ช่วยกันค่ะ สลับกันเลี้ยง”

น้องๆ เป็นยังบ้างกับการตัดสินใจครั้งนี้ ?
“โอเคแล้วค่ะ ตอนนี้โอเค คนรอบข้างหลายๆ คนก็ให้กำลังใจ ไปๆ มาๆ ก็คนที่เกิดเหตุการณ์แบบเราก็มีนะ ก็มีเยอะ ก็เลยรู้สึกว่าการที่มีครอบครัวอบอุ่นมันก็ดีอยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้าเกิดชีวิตต้องเลือกในอีกทางหนึ่งมันก็ต้องดำเนินต่อไปนะคะ ทำให้ดีที่สุด”

เสียดายไหมกับชีวิตครอบครัวที่ผ่านมา ?
“ไม่อยากจะพูดแบบนั้นนะคะ เพราะเราต้องอยู่กับปัจจุบัน และเราเองก็ต้องดูแลลูก อีกอย่างตอนนี้ลูกก็โอคแล้วลูกมีความสุขค่ะ (ยิ้ม)”

ลูกๆ มีส่วนช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจเราบ้างไหม ?
“ลูกน่ารักมาก และเขาก็โตเขาเข้าใจ คือมันก็เป็นวัยที่เขาเองก็โตแล้วอ่ะนะคะ”

หลังจากนี้พี่หมิวจะกลับมารับงานมากขึ้นกว่าเดิมไหม ?
“ก็เหมือนเดิมค่ะ รอทำงานอยู่เรื่อยๆ แต่ก็แบ่งเวลาให้กับลูกด้วยเหมือนกัน ส่วนงานผู้จัดยังไม่ได้คิดหรือว่าสนใจอะไรนะคะ ชอบเป็นนักแสดงมากกว่า”